Rocepta 的个人资料~...Just No One...~照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
4月21日 [tag] อยากได้อะไรในชีวิตคู่?วันนี้ระหว่างที่ออกไปกินข้าวตามปกติทุกอาทิตย์กับ Lorena & Michelle... ก็ตามฟอร์มว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เราก้าวขึ้นรถของ L คุณเธอก็จะเริ่มพล่ามแบบ non-stop ทันที... ซึ่งก็ชินแล้วละ... คุณเธอจะเริ่มเล่าเรื่องซักอย่าง แล้วก็หัวเราะหรือบ่น ไปเรื่อยๆ พอจบเรื่องก็จะมีพักหายใจเล็กน้อย แล้วก็จะต่อว่า "อ๋อ ใช่ๆๆ" แล้วก็เริ่มเรื่องที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก... ไปเรื่อยๆ จนเรานับไม่หมดว่ากี่เรื่อง... จะมีบอกเป็นบางเวลาว่า ถ้าเค้าพูดมากไปก็บอกให้หยุดได้นะ... ใครมันจะไปพูดได้ละเนี่ย?? เหมือนกับไปฟังนักร้องร้องเพลง แล้วพอเค้าถามว่าเพราะมั้ย... ใครจะตอบว่าไม่เพราะ? แต่ อันนี้เราก็นอกเรื่องไป หนึ่งในร้อยล้านเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟังวันนี้คือเรื่องวิชา Marriage & Parenting ที่เค้าเรียนอยู่ โดยที่อาจารย์สั่งให้เขียนสิ่งที่เค้าต้องการในชีวิตคู่ออกมา เค้าบอกว่ามันเป็นอะไรที่ยากสุดๆเพราะเค้ายังไม่คิดเรื่องลงหลักปักฐานกับใคร... ก็แหม เธอเค้ายังหาคนๆนั้นไม่เจอนี่นา คนอื่นเข้ามาก็เซย์โนไปหมด... คนที่คิดว่าใช่ก็มีเจ้าของแล้ว คุณเธอเลยเซ็งเครียดบ่นถึงเป็นประจำ... เราก็นะ... เอาเป็นว่า พอเค้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลย คิดขึ้นมาบ้างว่า อ้าว แล้วเราละ ต้องการอะไรในชีวิตคู่... คงไม่ต้องคิดไปถึงการแต่งงานที่ดูจะห่างไกล และริบหรี่แบบว่าไม่ต้องไปคิดถึงมันเถอะ... เอาแค่ชีวิตคู่กับใครซักคนก็พอ... คุณต้องการอะไรบ้าง? อยากให้มันเป็นยังไง? อยากให้เค้าเป็นคนแบบไหน? อยากให้เค้าทำอะไรยังไง? 1. เรื่องสเป๊คเนี่ยไม่ต้องไปพูดถึงมันละกันนะ เพราะส่วนใหญ่คนในสเป๊คกับคนในชีวิตจริงดูมันจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร... คนที่เจอคนที่สามารถบอกได้ว่า "คนเนี้ยแหละ สเป๊คเลย" มันเป็นแค่ภายนอกรึเปล่านะ? เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราไม่ค่อยมีสเป๊คอะไรที่เป็นข้อเป็นกฏ แต่ก็จะมีบางอย่างที่เรามักจะดูในคนที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิต... อย่างแรกคือ อายุมากกว่า... ไม่ชอบเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนนะ... ขอเป็นคนที่อายุมากกว่าเถอะนะ ที่สำคัญอายุทางสติปัญญานะ ขอเถอะขอเถอะ... ช่วยมากขึ้นตามอายุที... ขอร้องละ ไหว้เลย มีหลายๆคนที่มักจะบอกว่าตัวเองนิสัยเด็ก... นิสัยนะไม่เท่าไรนะเราว่า บางทีมันก็น่ารักดี (ถ้าไม่มากเกินไป จนเกินสังขาร อายุสามสิบกว่ามาใส่กระโปรงบานขาสั้นผูกแกะเล่นตุ๊กตาก็ไม่ไหวเหมือนกัน) แต่ความคิดความอ่านนะเป็นเรื่องสำคัญนะ... ว่ามองเรื่องต่างๆที่เจอ ที่เข้ามาในชีวิตยังไง มีเหตุผลมากน้อยแค่ไหน รู้จักย้อนกลับมามองตัวเองพิจารณาตัวเองบ้างมั้ย? เราทำอะไร เราอยากให้เค้าทำอะไรให้เรา... มันต้องเสมอภาคกันบ้างนะ โลกนี้มันไม่เสมอภาคเพียงพอแล้ว แต่กับชีวิตคู่เนี่ย... เสมอกันหน่อยเถอะ 2. มาพูดเรื่องจริงๆจังกันเถอะ ข้อเมื่อกี้เหมือนเป็นเกริ่นนำนะ... เราอยากให้ชีวิตคู่เป็นไปด้วยความเชื่อใจกัน... ไม่อยากให้เอาข้อผูกมัดมาผูกติดกันไว้ มันอึดอัดนะเราว่า... เราอยากให้ชีวิตคู่เป็นอะไรที่เราสามารถ หายใจ ได้อย่างสบายๆ ประมาณว่า ถึงจะไม่รู้ว่าเค้าอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แต่เราก็รู้ว่าเค้าไม่ได้นอกใจเราไปไหนหรอก วันไหนที่เงียบหายไปก็ไม่กังวลว่าเค้าจะแอบหนีไปไหน แต่จะเป็นห่วงว่า งานท่าทางจะยุ่งมากเลย จะได้พักบ้างรึเปล่า จะได้กินข้าวรึยัง หรือเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ หลายๆคู่ที่ผูกติดกันมากจนเกินไป จนทำให้อีกฝ่ายนึงเริ่มอึดอัดและอยากจะหนีออกไปสู่ที่กว้างๆก็เลิกกันมานักต่อนัก หรือทะเลาะกันวันเว้นวันหรือเช้าเย็นหลังอาหาร... แบบนี้มันจะมีความสุขเหรอ? แล้วก็เรื่องที่แอบเชคอีเมลล์แฟน (แอบคุยกับใคร ส่งรูปไปให้ใครดูบ้าง)... เชคมือถือแฟน (แอบแมสเซสหาใคร)... เชคบล๊อคแฟน (ใครมาแอบหลีแอบจีบไว้บ้าง)... เชคตู้เสื้อผ้า (เสื้อตัวไหน กางเกงตัวไหน หายไปบ้าง ไปแอบทิ้งไว้บ้านไหน)... เชคMSNแฟน (แอบแอดใครไว้บ้าง)... เฮ้อ ถามจริงเถอะ เชคแล้วมีความสุขเหรอ? พอเจอเรื่องอะไรสะกิดใจนิดนึง ก็เอามาเป็นเรื่องใหญ่โตเดือดร้อนกันไปทั่วเนี่ย... มันไม่ไหวนะ ถ้าความสัมพันธ์มันไม่สามารถตั้งอยู่บนความเชื่อใจได้เนี่ย เราก็ว่ามันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีเท่าไรนะ... 3. อยากให้คนที่เข้ามาร่วมใ้่ช้ชีวิิตด้วยกัน เป็นคนที่เข้าใจและรับเราได้ทุกเรื่อง... ไม่ใช่ การทน กันนะ อันนั้นมันไม่เหมือนกัน อยากให้คนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเราเป็นคนที่รู้ เห็น เข้าใจ ว่าตัวเรานั้นเป็นยังไง และก็รับได้และเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องทนฝืนที่จะมองข้ามข้อบกพร่องเหล่านั้นไป ก็ถามจริงๆ ว่ามีใครสมบูรณ์หมดมั้ย... ลองชี้มาซักคน... ชี้มาเสร็จแล้ว ลองไปใช้ชีวิตกับคนๆนั้นซักสองสามวัน แค่นั้นแหละ จะเริ่มมีข้อนู้นข้อนี้ที่ขอ แอบบ่น หน่อยเถอะ... เพื่อนเราเคยพูดว่า การจะรู้ถึงนิสัยใจคอใครซักคนให้ลองเดินทางไปไหนซักแห่งกับคนนั้นดู จะรู้ได้ไม่ยาก ทั้งนิสัยใจคอ ความคิด การตัดสินใจ ฯลฯ และมันก็จริงๆ คราวนั้นเดินทางร่วมกัน เล่นเอาเห็นข้อเสียของแฟนไปหลายข้อจนตัดสินใจเลิกกันไปเลยคู่นั้น... เอาเป็นว่า เราอยากให้คนที่มาใช้ชีวิตร่วมกันเนี่ย เป็นคนที่รักเราที่เป็นเราอย่างนี้ ทั้งด้านดีด้านไม่ดี ด้านสว่างด้านมืด ด้านพูดมากด้านเงียบ ด้านเด็กด้านผู้ใหญ่ ด้านขาวด้านดำ ด้านนูนด้านเรียบ (555) แล้วกันนะ 4. เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เป็นส่วนต่อเติมความชุ่มชื้นของหัวใจเนี่ยมันก็น่าที่จะพูดถึง อาจจะเป็นอะไรที่ดูจะเจาะจงไปนิด หรืออาจจะมีคนอ่านแล้วบ่นว่า "อุแหวะ" ก็เอาน่า ขอนิดนึงเถอะ... สำหรับเราเราเป็นคนขาดความอบอุ่น 555 ดังนั้นเราก็ชอบที่จะได้ความอบอุ่นจากคนรักนะ... จะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น จับมือ กอด ลูบหัว หรือจะอะไรมากไปกว่านั้นเนี่ย ตามแต่จินตนาการของคุณแล้วกันนะ... แต่ว่าเรื่องพวกนี้เนี่ยสำหรับเราจะขาดไม่ได้เลย... ใครมาเป็นแฟนเราอาจจะงงๆนิดนึงว่านั่งดูทีวี หรือนั่งกินข้้าวกันอยู่ดีๆ เราอาจจะเอื้อมมือไปจับมือ หรือเดินเข้าไปกอด... แล้วก็เดินไปเฉยๆอย่างนั้น... มันเป็นอะไรที่อธิบายยากนะ... เป็นเหมือน เราอยากจะรู้ว่าคุณอยู่ตรงนี้ และเราก็อยากให้คุณรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้เหมือนกัน... อย่างนึงที่เป็นตัวอย่างได้ก็คือ... ถ้าเกิดเราอยู่กันในกลุ่มใหญ่ เพื่อนหลายๆคน แล้วเรารู้ว่าเนี่ยเป็นกลุ่มเพื่อนของเรานะ... เค้าอาจจะไม่สบายใจ อาจจะรู้สึกว่า นอกกลุ่ม เราก็จะทำทุกทางให้เค้ารู้ว่าถึงเราจะเม้าท์แตกกับเพื่อนยังไงเราก็ไม่ลืมว่าเค้าอยู่ตรงนี้นะ... ไม่ว่าจะเป็นการเอาเค้าร่วมกลุ่มสนทนาด้วย หรือจะเป็นการเอื้อมไปจับมือเค้าไว้ บีบแขนบ้างบีบขาบ้าง หันไปสบตาบ้าง ยิ้มให้บ้าง คุยกับเค้าบ้าง อะไรประมาณนี้... สรุปก็คือ อยากให้เป็นความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆคุณนี้แหละ 5. อืม ข้อห้า... อะไรดีละเนี่ย... เค้ากำหนดมาห้าข้ออะ... นึกก่อนนะ...เอาเป็นว่า เราอยากให้เค้าเป็นคนที่เราสามารถคุยสามารถเล่าทุกเรื่องให้ฟังได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะเอาสิ่งนั้นมาตัดสินตัวเรา... อยากให้เค้าเป็นเพื่อนคู่คิด (มิตรคู่บ้าน) กับเราได้ในเวลาที่เราต้องการ... และในขณะเดียวกัน เราก็อยากให้เค้าเป็นคนที่เราสามารถที่จะไม่คุยอะไรด้วยเลยแต่ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข... เราอยากให้เราผูกพันกันจนถึงขนาดที่ว่า แม้ว่าเราไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นเสียงเป็นคำพูด แต่เราก็เข้าใจกัน รับรู้ความรู้สึกกันได้ และรู้สึกสบายใจที่จะได้อยู่ด้วยกันแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรด้วยกันก็ตาม แค่มีเค้าอยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว อะไรประมาณนี้จบ ใครอ่านแล้วอ้วก กรุณาเก็บกวาดเอากลับบ้านของคุณให้เรียบร้อยอย่ามาทิ้งเกลื่อนกลาดแถวนี้นะ บ้านนี้มีเราคนเดียวไม่มีดาร์ลิ้งช่วยดูแล 555 ก็แหม ดูเอา ข้อบังคับกฏระเบียบออกจะละเอียดซะขนาดนี้ จะมีแมวหมากาไก่ปลาทองแพะแกะที่ไหนหลุดมาได้ละเนี่ย??? และแล้ว ก็ได้เวลาระรานชาวบ้านกันเล็กน้อย 555 เอาน่าขำๆ ไม่ต้องยาวๆอย่างนี้ก็ได้ เอาสั้นๆก็ได้ เช่น ช่วยทำงานบ้าน หรือ พาไปเที่ยวบ่อยๆ อะไรว่าไป นะ... เอาเป็นว่า ใครเข้ามาอ่าน ก็ถือว่า โดน เลยก็แล้วกัน ดีมั้ย? ง่ายดี อิอิ 2月27日 รายงานตัวครบหนึ่งเดือนครับมาเรียนที่นี้ รอบนี้ ได้ครบหนึ่งเดือนแล้ว... มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ดูซิว่าเราจำมันได้มากแค่ไหน... ช่วงอาทิตย์แรกที่มาที่นี้ อยู่บ้านเพื่อนแบบทุกข์กายสุขใจ... หิวโซแต่ก็สบายใจ ได้รับความรักมากมายจากเพื่อนที่รัก แค่นี้ก็ดีแล้ว จำได้ว่าวันแรกที่มาถึง ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆของคนที่อยู่ข้างๆแบบที่ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตที่เราบ่นว่าลำบากๆเนี่ย มันขี้ผงจริงๆ ต่อมาได้รับข่าวช๊อคอีกเรื่อง น้องที่รู้จักกัน เกิดป่วยหนัก ทำให้ตามองไม่เห็น... ช๊อค ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะปลอบใจเค้ายังไง... คนที่ไม่เคยสูญเสียดวงตาไปจะไปปลอบคนที่เค้าเสียมันไปอย่างไรได้?? ก็ได้แต่สัญญาว่ากลับไปรอบนี้จะไปหา... ตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริงๆ จะว่าไปแล้วก็แปลกนะว่าคนที่เราเคยเจอแค่ไม่นาน เรากลับรู้สึกดีๆด้วยได้นานเป็นปีๆทั้งๆที่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก น้องคนนึงที่เจอตอนไปเที่ยวยุโรปกับครอบครัว เป็นเด็กดีน่ารักมากๆ ชอบ เพิ่งได้คุยกันในเอ็มไม่นานมานี้ ก็สัญญาว่ากลับไปแล้วจะไปฉลองวันเกิดเค้ากัน ไม่ได้เจอกันตั้งกี่ปีแล้วละเนี่ย จะครบสองปีแล้ว กว่าจะได้เจอกันอีกเนี่ยก็เกินสองปีแล้ว แปลกนะที่ยังรู้สึกผูกพันอยู่ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้เจอหน้าเพื่อนเลิฟอีกรอบ เนื่องด้วยว่าไปรับคุณพ่อบ้านเซนต์โย (โป้ง) ไปส่งให้แม่แมว (ปุ้ย) ที่ซานดิเอโก และเกิดเหตุทำให้ได้นอนค้างที่บ้านมัน ก่อนที่จะต้องตื่นตีสี่ครึ่งเพื่อขับรถกลับ... ดีใจที่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะมันต้องอ่านหนังสือ แต่แค่ได้อยู่ใกล้ๆก็มีความสุขแล้ว... เคยได้ยินมั้ย มิตรภาพที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ด้วยเป็นชั่วโมงโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่พอคุณจากกันกลับรู้สึกว่าได้คุยเปิดใจกับเค้าหลายๆเรื่อง คุณมีความสุขที่ได้อยู่กับคนๆนั้น... ชั้นร้ากแกน้า เจ้าปุ้ย เกิดการเปลี่ยนแปลงกับชีวิตเล็กๆ โดยการเปลี่ยนมือถือที่ใช้อยู่ที่นี้ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าางตั้งแต่สัญญาณไม่ดี โปรฯไม่ดี และไม่พอใช้... อัพจากเดือนละ 450 นาที มาเป็น 900 แต่ก็ยังต้องขมิดเขมียดตอนปลายเดือนอยู่ดี ลงท้ายด้วยการต้องไปเดินซื้อโทรศัพท์มาติดที่ห้องเพื่อเอาไว้ใช้โทรทางไกล... และรับสายจากเพื่อนๆ (แต่โทรออกไม่ได้อะ ต้องมีบัตรโทรศัพท์) ได้รู้จักเพื่อนใหม่สองคน... คนนึงเป็นแฟนโยชิกิเหมือนกัน มาเรียน ป.โท ที่มหาลัยนี้เหมือนกัน เลยนัดเจอกัน อิจฉาเค้าจังเคยได้เจอโยชิกิแล้วด้วย ฮือๆๆ เราอยากเจอบ้างนี่นา... อีกคนชื่อเดียวกับเพื่อนสุดที่รักของเราอีกคน ชื่อบ๊วย เป็นคนไทยมาทำงานโอแปร์ (งานเลี้ยงเด็กอะ) อยู่ฝั่งตะวันออกนู้น แต่คุยเอ็มกัน... มันเศร้าเราปลอบ เราเศร้ามันปลอบ... ไว้เดือนพฤษภา เค้าอาจจะมาเที่ยวแถวๆนี้ ว่าจะไปนำเที่ยวอยู่ เรื่องเรียนก็ดีนะ ได้เจอพี่ๆคนไทยที่เรียนอยู่โปรแกรมเดียวกันสามสี่คน ก็ดีมีเพื่อนคุยเรื่องเรียน... ปรึกษากันได้บ้าง ค่อยยังชั่วหน่อย ขอบคุณพี่โต้ง (ที่หน้าแสนจะเหมือน แคลอรี่บลาบลาบลา) ที่ขับรถมาส่งที่หอทุกวันๆที่มีเรียน ขอบคุณก้าบ ที่ไม่ปล่อยให้ข้าพเจ้าเดินกลับหอตากลมหนาวตอนสี่ทุ่ม... รอชิมอาหารฝีมือพี่อยู่นะ อิอิ ว่าแต่ เทอมนี้ตั้งใจจะขยันทำรายงานต่างๆให้เสร็จไวๆ ไม่เหมือนเทอมที่แล้วที่หัวปั่น สามวันก่อนส่งรายงาน ดีใจที่ผ่านเทอมที่แล้วมาได้โดยที่เกรดไม่ห่วยหนัก อย่างน้อยก็ผ่านละว้า... อืมมม... มีเรื่องอะไรอีกละ... เรื่องหัวใจ...? ขอไม่พูดเพราะสับสนกับตัวเองอยู่... แต่คนที่เราคุยด้วยทางเอ็มหรือทางอื่นๆ จะรู้ว่าเราเป็นยังไง... ขอโทษนะถ้าเราออกจะบ่นงู้นงี้มากมายเป็นเด็กน่ารำคาญ... ขอบคุณที่ยังรับฟังเราเรื่อยไปนะ เดือนหน้ามีไปดูคอนเสิร์ตรอบนึงหลังวันเกิด... Michael Crawford ซึ่งเราชื่นชอบผลงานเค้ามานานแล้ว ตื่นเต้นๆๆ ถึงแม้ตั๋วมันจะแพงสุดๆ แต่เอาเถอะนะ โอกาสอย่างนี้มีไม่กี่ครั้งหรอก.... แต่ตั๋ว Evanescence เนี่ยแพงเกินไปอะ ตั้ง สามร้อย.... กรี๊ด... ไม่ไหวอะ ถึงจะอยากไปก็เหอะ แต่เห็นทีจะต้องรอโอกาสหน้า วันเกิดที่จะถึงไม่มีแผนอะไรมากนอกจากไป Metal Skool.... ตามฟอร์ม เฮ้อ... แต่เอาเหอะ อะไรก็ดีกว่าอยู่หอเงียบๆเหงาๆคนเดียวแหละมั้ง อ๋อๆ ใช่ๆ วางแผนกับรุ่นน้องว่ากลับไปรอบนี้จะไปเที่ยวภูเก็ตกัน เราไม่ได้ลงใต้มานานแล้ว อยากไปๆ คิดถึงๆ กะว่าจะไปหาพี่นกด้วย (เป็นดีเจอยู่ภูเก็ต เป็นแฟนของโรสเหมือนกัน) แล้วก็จะขออนุญาตไปชิมขนมพื้นเมืองที่ได้ฉายาว่าขนมบี้ (เพราะมันบี้ง่าย) ซักหน่อย เห็นว่าอร่อยนักหนา อิอิ ใครอยากไปด้วยกัน รีบรายงานตัวด่วน... ช่วงต้นเดือนเมษาได้หยุดอาทิตย์นึงเต็มๆ ถ้ารวมเสาร์อาทิตย์ด้วยก็ประมาณสิบวัน... ตอนแรกก็อยากกลับบ้านอยู่ แต่ตั๋วแพง ไม่เอาดีกว่า เลยว่าจะลงไปอยู่กะปุ้ยซักหน่อย... แต่ตอนนี้เด๋วดูอีกที ไม่แน่อาจจะมีเพื่อนคนนึงมาแอลเอช่วงนั้นพอดี... ถ้ามาจริงก็คงลากเจ้าปุ้ยขึ้นมาแทนแล้วไปตระเวณเที่ยวกัน มีอะไรอีกละ เริ่มนึกไม่ออกแล้ว... อืมมม วันก่อนไปสอบ WPE (Writing Efficiency Exam) มา... ไม่รู้ว่าทำได้ดีรึเปล่า... เหมือนไม่ค่อยดีเท่าไร หัวมันไม่ค่อยแล่น แต่หัวข้อที่ได้นี่ซิ ... ถามว่าเราคิดยังไงกับพวกที่ชอบประท้วงเรื่องต่างๆแบบผิดกฏหมาย... เหอเหอ จะว่าเป็นเรื่องที่เราคุ้นก็คุ้นอยู่ จะว่าเป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นก็พอไหว... แต่คราวนี้ก็ต้องรอผลแหละ... ว่าแต่ทำไมรุ่นพี่เคยบอกว่าเค้าได้หัวขอว่า เห็นด้วยมั้ยกับการที่โรงเรียนให้นักเรียนใส่เครื่องแบบ... ทำไมเลเวลมันต่างกันขนาดนี้หว่า?? วันก่อนไปปรินต์รูปที่ Target มา... ปรินต์ออกมาสองรูป จ่ายตังค์แล้วก็วางรูปไว้ในรถเข็น เดินช๊อปต่อ พอจะกลับ... ลืมรูป... เซ็งเป็ด เลยต้องสั่งปรินต์ใหม่ผ่านเนต ปรากฏว่าได้ 10 รูปฟรี โอ้ว เลือกรูปอย่างเมามันส์ แล้วก็ต้องกุลีกุจอไปเอารูป... ปรากฏว่ามีคนเก็บรูปที่ปรินต์คราวก่อนหน้ามาคืนให้ ดีที่ใส่ใบเสร็จไว้ในซอง... เลยไม่ต้องจ่ายตังค์อีก สรุปวันนั้นได้รูปมา 12 ใบ ไม่เสียซักแดง อิอิ ตอนนี้หัวเตียงเต็มไปด้วยรูปค้าบ เอ่อ อะไรอีกละ... เดือนนึงที่ผ่านมา... ไม่สบายไปหนึ่งรอบ ไอค่อกแค่กกระด่อกกระแด่ก อยู่สามสี่วัน... นั่งซดชาร้อนเป็นว่าเล่น... เนื่องด้วยว่าไม่อยากกินยา เดือนนึงที่ผ่านมา ร้องไห้หนักๆไปประมาณสองสามรอบ... เดือนนึงที่ผ่านมา ปลอบคนร้องไห้ไปอย่างน้อยสามคน... สองคนผ่านทางโทรศัพท์ คนนึงปลอบกันตัวๆ... เดือนกุมภา ใครว่าเป็นเดือนแห่งความรัก?? bullshit สิ้นดี ... พอดีกว่า เยอะแยะมากมาย ไม่มีคนอ่าน แต่เขียนไว้เป็นไดฯไว้ให้ตัวเองมาย้อนอ่านในอนาคต เหอเหอ... เหลืออีกสามเดือน ชีวิตจะเป็นเช่นไรน้อ?? วันนี้กิน Fortune Cookie คำทำนายข้างในมันบอกว่า "You'll be rewarded for your effort" อืมมมม... สาธุ ขอให้มันจริง... (ว่าแต่จะเป็น effort เรื่องไหนละเนี่ย??) 2月9日 ฉันไม่รู้INSTRUCTIONS
1. Put your music player on shuffle. 2. Press forward for each question. 3. Use the song title as the answer to the question even if it doesn't make sense. How do you feel today? "ฉันมีค่าแค่ไหน" - Peacemaker >>ใช่เลย...
What's your outlook on life? "ยังไงก็ขอบใจ" - โดม >>ซักวันมั้ง...
What does your family think of you? "เผื่อไว้" - อ๊อฟ ปองศักดิ์ >>เผื่ออะไรหว่า
What do your friends think of you? "ภาพลวงตา" - Body Slam >>จะหาว่าเราอยู่กับภาพลวงตามากไปเหรอ?
What do strangers think of you? "ไม่เคยรักใครเท่าเธอ" - หนุ่ย นันทกานต์ >>คนแปลกหน้ามารักเรา แต่คนที่เรารักกลับรักคนอื่น โลกนี้ก็แปลกดีเนอะ
What do your exes think of you? "คนที่ถูกรัก" - Body Slam >>เหอ...
How has your love life been so far? "ฉันจะตามหา" - หนุ่ย นันทกานต์ >>เหมือนเจอแล้วก็หลุดมือไป...
How will your love life be in the future? "Uh Oh" - ทาทายัง >>ก็หวังว่าอย่างนั้น
Will you get married? "ไม่มีคำจำกัดความ" - Palmy >>พูดอีกก็ถูกอีก
Will you have kids? "รักอยู่หนใด" - Pop Angels >>อืม จะคิดจะมีลูกก็ต้องหารักให้เจอก่อนละเนอะ
Are you good in school? "หากันจนเจอ" - กบ ทรงสิทธิ์ + กบ เสาวนิตย์ >>ไม่ค่อยเกี่ยว แต่อาจจะหมายถึงหาวิชาที่เราสนใจเจอก็ได้มั้ง
Will you be successful in life? "อย่าหักหลัง" - ฟาเรนไฮธ์ >>หมอดูเคยทักว่าจะล้มละลายครั้งนึงในชีวิต...
What song should they play on your birthday? "โธ่เอ๊ย เด็ก เด็ก" - อุ๊ หฤทัย >>อืมมมมม ชื่อตรงแต่เนื้อหาไม่ค่อยตรง แต่ก็พอไหว
What song should they play at your funeral? "วางมือบนบ่า นำตามันก็ไหล" - พั้นซ์ วรกานต์ >>เราว่า playlist เรามันต้องมีชีวิตแน่ๆเลย
The Soundtrack of Your Life: "มือที่สามโดยไม่ตั้งใจ" - หวิว ณัฐพนธ์ >>เห็นมั้ย?
You and your bestfriend are: "อีกแล้ว" - Yokee Playboy >>อือ เราคงขาดเพื่อนเราไม่ได้หรอก
Happy times: "บันทึกหน้าหนึ่ง" - อ้อม สุนิสา >>เวลาแห่งความสุข มันก็เป็นเพียงบันทึกหน้าหนึ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มใหญ่ที่มัสุข ทุกข์ปนกันไป
Sad times: "ขอบฟ้า" - Body Slam >>ขอบฟ้าที่ไปไม่ถึง...
Every day: "เกิดมาแค่รักกัน" - โรส ศิรินทิพย์ >>เริ่มจะกลัว playlist ของตัวเองแล้วนะ... เกิดมาแค่รักกัน สุดท้ายเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฉันก็เข้าใจ... อย่างน้อยเธอก็ทำให้ฉันรู้ว่า เคยมีความสุขเพียงใด ได้เป็นคนที่เธอเคยรักก็ดีแค่ไหน ...สุดท้ายไม่เป็นอย่างฝันฉันยอมทำใจ
For tomorrow: "กลับมาตรงนี้" - อ้อม สุนิสา >>อยากให้เธอเลือกที่จะกลับมาตรงนี้... ไม่อยากไปบังคับไม่อยากฝืนเธอ... แต่เวลาที่เธอไม่มีใคร หรือสับสนก็ขอให้กลับมาตรงนี้ ที่ฉันยังรอเธออยู่
For you: "ที่เดิม" - Amary OST: รักจัง >>อือ เห็นความสอดคล้องมั้ยเนี่ย... น่ากลัวจริงๆ
What does next year have in store for me? "โกรธ" - Pancake >>มันโกรธที่ทำอะไรให้เธอไม่ได้เลย มันเจ็บที่ยังต้องมองดูเธอนั่งเสียใจ... แต่ฉันก็เป็นได้แค่คนปลอบใจ
Whats my love life like? "ขาดใจ" - Pancake >>ขาดใจ ใจขาด... ไปแล้ว
What do I say when life gets hard? "Time Machine" - โรส ศิรินทิพย์ >>อยากจะย้อนเวลากลับไปตรงนั้น ตอนที่เป็นเด็กไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวล
What do I think when I get up in the morning? "ของอย่างนี้" - อ้อม สุนิสา >>ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ใช่มั้ย
What song will I dance to at my wedding? "ลมพัด" - Peacemaker >>อยากจะให้สายลมพัดเอาคำว่ารักไปให้เธอ...
What do you want as a career? "คนไม่มีปีก" - Pao >>ขอเป็นคนเดินดินธรรมดาๆ ก็มีความสุขแล้วถ้ามีเธอเดินอยู่ข้างกัน
Your favorite saying? "บีบมือ" - จากละคร กระล่อนคูณสอง >>ไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย...เพราะถ้านี่เป็นความฝัน ใครก็ได้ช่วยปลุกฉันที
Favorite place? "ตกหลุมรัก" - Am Fine >>ช่วงเวลานั้นมันมีความสุข แต่หลังจากนั้นี่ซิ อีกเรื่องนึง จะทุกข์ จะสุข กันละ?
What do you think of your parents? "ตกลงเราเป็นอะไรกัน" - Gear Knight >>เป็นพ่อแม่ไง... มีบุญคุณแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิต...
Where would you go on a first date? "แค่รู้ว่ารักเธอ" - Peacemaker >>ขอแค่นั้น... จะไปไหนก็ได้มั้ง
Describe yourself? "ปลายทาง" - Body Slam >>อยากขอบใจที่เคยรักฉัน เคยร่วมทางกันมา... จากวันนี้ฉันก็จะขอให้เธอโชคดี
What is the thing I like doing most? "ได้ไหม ถ้าฉันจะบอกว่ารักเธอ" - Lydia >>อยากจะบอกเธออีกครั้ง และอีกหลายๆครั้งว่ารักเธอ...
What is my state of mind like at the moment? "เกมส์ของเธอ" - มิ้น AF3 >>ไม่อยากไปแย่งใคร ไปยื้อเอาใจของเธอที่ไม่เหลือให้กัน ให้ฉันต้องเหนื่อยอ่อน สู้ใครอีกคนของเธอ ก็รู้ว่าเธอไม่อยู่ข้างฉัน
How will I die? "อย่าให้ฉันผิดหวัง" - หนุ่ย นันทกานต์ >>โอ้ยยยยย... playlist น่ากลัวจริงๆ
The song you'll put as the subject? "ฉันไม่รู้" - กอฟ อัครา อมาตยกุล >>ฉันรู้ว่าใครทำให้ชีวิตฉันม่ค่า และก็รู้ว่าฉันรักเธอ
ปล. ขอส่งท้ายว่า พอโพสเสร็จเพลงถัดมาที่เล่นคือเพลง "รางวัลของคนที่รอ" ขอพี่โป้งของเรานั้นเอง...
playlist เราน่ากลัวจริงๆด้วยนะเนี่ย -_-'' 2月8日 เหนื่อยเมื่อกี้เขียนอะไรไปเยอะแยะมากมาย... แล้วมันก็หายไปในพริบตาที่จะโพส
คงเป็นลางบอกเหตุว่าเรื่องนี้ไม่ควรเปิดเผย...
เอาเป็นว่า... ตอนนี้เหนื่อย... ก็แล้วกัน 1月2日 พล่ามเรื่อยเปื่อยวันปีใหม่หลังจากที่มีการจัดงาน พลุ ส่งท้ายปีกันทั่วกรุงเทพฯแบบงงๆ เราก็ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปเที่ยวสยามซะงั้น... โดนถามว่า ไม่กลัวโดนระเบิดเหรอ... เราก็ตอบว่าไม่กลัว อาจจะฟังดูแปลก (หรือเปล่า?) แต่เราไม่เคยคิดกลัวตายเลย... คิดตลอดว่า ถ้ามันถึงคราวต้องตายมันก็ต้องตายนะแหละ จะไปหวาดกลัว ผวา หนีมันให้เหนื่อยทำไม? อาจจะดูคิดสั้น และมืดมนไปซักนิดสำหรับต้นปีอย่างนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง เคยอ่านเรื่องที่ในหลวงท่านเคยตรัสไว้ว่าให้คิดถึงความตายวันละสามครั้ง จะได้รู้จักระมัดรัวังตนในสิ่งที่ทำ เราคิดว่าท่านคงหมายถึงเรื่องที่ทำทิ้งไว้ในโลกมากกว่าจะเป็นการวิ่งหนีความตาย นี่มันไม่ใช่ Final Destination นี่นา ที่ความตายจะได้วิ่งตามกันอย่างนั้น แต่เราก็เข้าใจนะว่าสำหรับบางคน คงจะมีเรื่องที่อยากทำ หรือห่วงที่ยังอยากจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะนอนหลับยาว... แต่พอเรามาคิดดู เราไม่มีสิ่งนั้นเลยนี่นา ชีวิตวันๆนึงมันดูเหมือนไร้จุดมุ่งหมาย เหมือนกับไม่มีความตั้งใจอะไรสำหรับอนาคตไว้เลย... มันก็จริงที่ตอนนี้ตั้งใจที่จะเรียนให้จบกลับมาทำงาน... แต่ถ้าบทจะตายเราก็ไม่ห่วงเรียนหรอก บ้าเรอะ... จะเรียกว่าเราปลงดีมั้ยเนี่ย? รู้สึกตัวเองหดหู่ยังไงชอบกล อาจเป็นเพราะสิ่งที่เคยความหวังนั้นมันไม่เคยได้มา มันไม่เคยเป็นจริง เลยปลงละมั้ง? ตอนนี้เลิกที่จะคาดหวังอะไร เลิกที่จะคิดอะไรซับซ้อน เลิกที่จะห่วงคนนู้นคนนี้เพราะทำไปแล้วเราก็เป็นฝ่ายโดนเล่นงาน (แรงไปมั้ย) เองทุกที ตอนนี้เลยจะทำในสิ่งที่อยากทำ... รู้ว่าผิด รู้ว่าไม่ควร แต่ก็เอาเถอะ... ชีวิตคนเราสั้นจะตาย อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ วันก่อนไปโบสถ์มาด้วย หลังจากที่ไม่ได้ไปมานาน รู้สึกจิตใจสงบอย่างประหลาด... รู้สึกดีที่ได้ร้องเพลงในมิซซาอย่างเต็มเสียงโดยไม่สนว่าเสียงที่ออกมามันจะเพราะหรือไม่เพราะแค่ไหน แค่ร้องให้สุดแรงใจมันก็เพียงพอแล้วในที่นั้น... รู้สึกดีมากๆ เหมือนกับได้ไปหลบภัยจากโลกภายนอกอย่างสงบในบ้านของพระเจ้า... ทำให้รู้สึกว่า ณ ที่นั้น เวลานั้น ทุกคนเหมือนกันหมด ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบกัน ไม่มีใครคอยที่จะเล่นงานเรา หรือเตรียมมาทำร้ายจิตใจกัน... มันเป็นบ้านที่สงบสุขจริงๆ 12月9日 เพื่อน นั้น คือใคร? (อู้งานอีกแล้วขอรับท่าน) ถ้าเกิดเรามานั่งเรียบเรียงเขียนความว่าเพื่อนที่เราเคยเจอนั้นมีกี่แบบกี่ประเภทนั้น คงจะยาวและไม่รู้จบเพราะจะว่าไป เราก็เจอเพื่อนใหม่ๆเกือบทุกวัน แต่อยากจะพูดถึงเพื่อนบางแบบที่เราเคยเจอ... ไม่ลงชื่อ เพราะไม่อยากจะพาดพิงถึงใคร คนที่เค้าอ่านแล้วสะอึก ก็คงจะรู้ตััวเองว่านี่เป็นเค้ารึเปล่า 1) เพื่อนที่อยู่ด้วยกันจนบางทีก็ลืมกันไป... เพื่อนที่เป็นเพื่อนกันมานานแสนนาน นานจนจำแทบไม่ได้ว่าเราเจอกันยังไง ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง นานๆทีถึงจะหันมาหากัน ถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้าง นัดไปเที่ยวกันบ้างตามประสา เจอกันก็ยังเหมือนว่าเราไม่เคยได้จากกันไปไหน ยังสนิทกันเหมือนเดิม เป็นเพื่อนที่ไม่สนว่าเราจะเป็นยังไง เห็นว่าเราก็เป็นเราไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ายังไงก็เห็นเราเป็นเพื่อน และในเวลาที่เราต้องการใครซักคน เค้าก็พร้อมที่จะเข้ามายืนในที่ตรงนั้น 2) เพื่อนที่ผ่านอะไรมามากมายกว่าจะได้มาเป็นเพื่อนกัน... อันนี้อาจจะเป็นส่วนน้อย ไม่คิดว่าทุกคนจะมีเพื่อนแบบนี้ แต่เป็นเพื่อนที่ตอนแรกไม่คิดจะเป็นเพื่อนกัน ไม่ถูกกัน หรือไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่ก่อนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดกตาม แต่พอบางอย่างทำให้เรามารู้จักกัน ก็ทำให้เรารู้ว่า คนๆนี้แหละที่เราจะสามารถเรียกได้ว่าเพื่อนรัก... และหลังจากนั้นเราก็ยังเป็นเพื่อนรักกันตลอดมา 3) เพื่อนที่ความสัมพันธ์มันไม่ใช่เพื่อนซะทีเดียว... เป็นเหมือนพี่เป็นเหมือนน้อง เป็นเหมือนผู้ปกครอง จะว่าไปเราคิดว่าเรามีเพื่อนในแบบนี้เยอะที่สุดแล้วละ เพราะถ้าคนที่รู้ว่าเราคบใครบ้างเนี่ยจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะอายุมากกว่าเราทั้งนั้น บางคนอายุประมาณคราวพ่อคราวแม่เราเลย แต่คนที่อายุใกล้เคียงกันก็มี เพื่อนแบบนี้คอยดูแลเอาใจใส่กัน เป็นเหมือนญาติพี่น้อง ไม่สนใจในเรื่องส่วนตัวกันซักเท่าไร แต่มีความปรารถนาดีให้แก่กันตลอด 4) เพื่อนที่ใกล้กันแล้วไม่สนิท ไกลกันแล้วค่อยสนิท... เวลาอยู่ใกล้ๆกันกลับไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน แต่พออยู่ไกลกันกลับได้พูดคุยกันแทบทุกวัน เออ มันก็แปลกดี 5) เพื่อนที่ผ่านอะไรต่ออะไรกันมามาก ปัญหาต่างๆ สนามรบสมรภูมิ มากมายก่ายกอง... เพื่อนแบบนี้มีความผูกพันกันลึกๆแม้ไม่แสดงออก แม้บางเวลาจะห่างกันออกไป เมื่อได้เวียนวนกลับมาพบกันอีก ความรักความห่วงใยความสนิทสนมนั้นก็ไม่ได้น้อยลงไปกว่าเดิมเลย ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่พอถึงจุดๆหนึ่งเราก็จากกันอีก... ก็ได้แต่รอให้ถึงเวลาที่เราจะวนกลับมาพบกันใหม่ 6) เพื่อนที่เข้ามาขีดเส้น หรือวาดรูปอะไรซักอย่างในชีวิตคุณแล้วก็จากไป... เพื่อนแบบนี้อธิบายยากว่าเป็นยังไง แต่เป็นเพื่อนที่มาเปลี่ยนชีวิตคุณโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดเรื่องต่างๆตามมาหรือเปลี่ยนชีวิตคุณไปในทางไหนทางหนึ่ง แล้วเพื่อนคนนี้ก็จากไป... ปล่อยให้เราดูแลและจัดการกับชีวิตที่อยู่ดีๆก็ยุ่งวุ่นวายขึ้นมาเอง 7) เพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท ไม่ค่อยได้พูดจากัน แต่เมื่อถึงเวลาก็แสดงความห่วงใยกันออกมาอย่างจริงใจ ไม่ว่าเราจะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก แต่ในเวลาที่เราเวียนวนกลับมาเจอกัน เราก็มีแต่ความรู้สึกดีๆให้กัน ต่างคนต่างไม่คุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ไม่สนใจว่าลับหลังแล้วเค้าจะเป็นยังไง ทำอะไร อยู่กับใคร แต่เวลานี้ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน แค่นั้นก็พอแล้ว ... ชอบเลข 7 ดังนั้นจะหยุดอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน ยังไงเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน มีความคิดเห็นยังไง มีเพื่อนแบบไหนลองมาแบ่งปันกันดูมั้ย? 12月6日 555 จ้า ขอโทษทีเมื่อวานไปเที่ยวกับเพื่อนมา... ไม่ทันอ่านทำนายดวงชะตาก่อนไปเลยเป็นเรื่องเลย
Pisces
February 19 - March 20 Today's planetary aspects indicate a day of excess for you, dear Pisces - some of it good, some of it not so good. On the not so good side: take care not to overinduge in food and drink. It could be that you are merely acting out your stress with this behavior. You would be better served to meditate and get to the root of the problem. On the good side: money is likely to come your way today, possibly a lot of it! ไปเที่ยว The Key Club ที่ Sunset มา... กินเหล้าไปซะงั้น ปกติไปก็ไม่กิน ไปเย้วๆเฉยๆ เมื่อวานเกิดไรขึ้นหว่า... สั่งมากินซะแก้วนึง เห็นเค้าผสมแล้วก็สะอึก ใส่เหล้าซะ 3/4 ของแก้ว ตามด้วนน้ำสัปปะรดอีกจิ๊ดนึง... แม่เจ้าชั้นต้องเมาแน่ๆ แล้วก็เมาจิงๆด้วย 555 ไม่น่าเล้ยยยยยย คราวหน้าไม่กินละ... หรือไม่ก็สั่งอย่างอื่น อะหุๆ เมื่อวาน กดตังค์ ... จะเรียกว่าได้เงินมา หรือเสียเงินไปดีหว่า? ไม่ค่อยจะแน่ใจเท่าไร ตอนแรกว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน หลังจากที่ได้คุยกะเหมี่ยวเรื่องนี้ บวกกับเรื่องหลายๆอย่างที่ทำให้เรื่องนี้เป็น issue หลักที่ยังคงนั่งตระหนักถึงอยู่ทุกเวลา แต่ว่า... ตอนนี้ยังไม่เขียนดีกว่า ไปทำรายงานก่อนดีกว่า ยังไม่เริ่มเล้ย ต้องส่งศุกร์หน้าแล้ว พอกหางหมูอีกแล้วเรา เหอเหอ ไปละ... โชคดีทุกคน 11月29日 ขอบคุณเธอมากนะ...ขออนุญาติอู้งานซักครู่ เพื่อขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ
ที่น่ารัก ที่มางานรับปริญญาเรา... ทั้งๆที่สถานที่ก็ทั้งไกล ทั้งกันดาร
แต่หลายๆคนก็ใจเต็มร้อย มากัน... เราซึ้งมากๆ
ก่อนอื่นเริ่มจากวันแรก วันรายงานตัวที่ประสานมิตร...
ขอบคุณ พี่เมย์ ที่อุตส่าห์ออกมาทั้งๆที่เป็นวันหยุด ขอบคุณสำหรับน้องช้างตัวกลมๆ และนาฬิกาที่เอ้อยังหาวิธีให้มันปลุกไม่ได้ 555
ขอบคุณ พี่นุ้ย พี่อรรถ ที่เสียสละช่วงเวลาพักเที่ยงอันมีค่า ออกมาหา
วันซ้อมใหญ่ที่องครักษ์...
ขอบคุณ เฟย กิกิ บี และผึ้ง ที่ออกมาไกลจากกรุงเทพเพื่อมาร่วมแสดงความยินดี เสียดายที่คุยกันได้แป๊ปเดียว เราก็ต้องรีบไปรายงานตัว
ขอบคุณบี สำหรับน้องกบ
ขอบคุณเฟย สำหรับน้องหมี
ขอบคุณ พี่มิ้นต์ และพี่ญาดา ที่อุตส่าห์เดินทางอย่างสมบุกสมบัน นั่งรถตู้กันมา
ขอบคุณพี่ๆทั้งสอง สำหรับปากกาสวยหรู
ถือโอกาสขอบคุณป้าต๋า สำหรับ stationary กิ๊บเก๋จากแดนอาทิตย์อุทัย
ขอบคุณพี่ใหม่ ที่ยังไม่ลืมน้องเทคคนนี้ และขอบคุณสำหรับอัลบั้มรูปน่ารักๆ วันรับพระราชทานปริญญาบัตร...
ขอบคุณบ๊วย ที่รัก
ที่อุตส่าห์มานอนค้างที่องครักษ์เป็นเพื่อนกัน
เราเสียใจที่มีกิ้งกืออยู่ที่อ่างล้างหน้า ทำให้ที่รักขวัญผวาไปยกใหญ่
ขอบคุณที่ช่วยเราถ่ายรูปกันในตอนเช้า ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้สวยหรู
ทั้งๆที่มีบ๊วยอยู่ข้างๆเราก็ดีใจมากแล้ว
ขอบคุณพี่อ้อ
ขอบคุณมากจริงๆที่อุตส่าห์เข้ามาจากระยองเพื่อมาร่วมงาน
และมาช่วยจับภาพในช่วงเวลาที่สำคัญให้กับเอ้อ
ขอบคุณสำหรับน้องแกะอ้วนกลมโต น่ารักมากๆ
ขอบอกว่าสีเดียวกับเตียงเอ้อเลยละ เข้ามากๆ ขอบคุณอีกครั้ง
พี่เป็นพี่สาวที่แสนดีที่เอ้อดีใจมากที่ได้รู้จัก
ขอบคุณทิปปี้ ที่มาร่วมงาน เสียดายที่เราต้องรีบไปรายงานตัว เลยไม่ค่อยได้คุยหรือถ่ายรูปกันเลย แต่ขอบคุณที่มานะจ๊ะ
ขอบคุณพี่วุฒิ ที่หนีงาน (หุหุ)
ออกมาแสดงความยินดีกัน ขอบคุณสำหรับดอกไม้สวยเก๋มากๆ
ขอโทษที่เอ้อทำให้พี่โดนหัวหน้าแซวนะค่ะ
เอ้อรู้สึกว่าที่ได้มาเจอกันอีกเนี่ยมันเป็นอะไรที่บังเอิญมากๆเลย
ขอบคุณที่ยังจำกันได้ และยังใจดีกับเอ้อไม่เปลี่ยน
นอกจากนี้ ก็อยากจะร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนๆทุกคนที่เรียนจบ ขอให้มีอนาคตที่สดใสกันทุกคนเลยนะจ๊ะ
ทั้งเพื่อนๆเอกภาษาเพื่ออาชีพ และเพื่อนๆเอกอื่นทุกคน (นา, นิว, ติ, อู๋,
เบ้นซ์, บิว, ต้อม, นกแก้ว, อีที, นุท, นานา, เปิ้ล, ฝน
(ที่ไม่ได้มางาน) และเพื่อนๆทุกๆคนเลย) ขอแสดงความยินดีกับพี่ต้อมด้วยที่จบป.โทแล้ว ถึงแม้พี่จะไม่ได้มาร่วมงานด้วยกัน แต่ก็ยินดีด้วยนะค่ะ
++++++
นอกจากนี้ เราก็อยากขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ทำให้ช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่เรากลับไปเป็นเวลาที่ดี
ปุ้ย กับ โป้ง... ขอบใจนะ
โดยเฉพาะปุ้ย เพื่อนเอ๋ย กี่ปีแล้วเนี่ยที่พวกเราเป็นเพื่อนกัน
ขอบคุณที่ยังรับเราได้ ไม่เกลียดกัน ไม่เบื่อหน้ากันไปซะก่อน
ขอบคุณที่เข้าใจในตัวเรา
และเป็นเพื่อนกับเราทั้งๆที่เราก็เป็นคนเลวๆอย่างนี้
ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ออกมากินข้าวด้วยกันที่อากิโยชิ... อิ่มจริงๆเนอะ ไว้ไปกินกันอีกนะ
ขอบคุณรุ่นพี่เซนต์โย พี่มิ้นต์ พี่ญาดา และพี่วี
ที่ผ่านมาตั้งหลายปี แต่ก็ยังน่ารักกันเหมือนเดิม...
ขอบคุณที่ออกมานั่งกินข้าว ฟังเพลงด้วยกัน ขอบคุณพี่ญาดาที่เป็นขาโจ๋ในการ
request เพลง นะ
ขอบคุณเหมี่ยวเป็นพิเศษ
ที่ยังเป็นเพื่อนที่แสนดีกับเราอยู่... สำหรับเรา
การที่จะไปกินข้าวกับเพื่อนคนไหนสองต่อสองนั้นก็ยากเหมือนกัน
เราดีใจที่ได้ไปกับเหมี่ยวนะ ขอบคุณที่ยืนเคียงค้างกัน
ขอบคุณที่เข้าใจและรับตัวเราที่เป็นเราได้
ขอบคุณโอ๊ต
ที่ให้เวลาแห่งความสุขกับเราและพี่ๆ เสียงของโอ๊ตดีจริงๆนะ
เราขอโทษที่ต้อง request เพลงที่ยังไม่ออก แต่เราชอบเพลงนั้นจริงๆนี่นา
อิอิ แล้วก็การที่ไปดูโอ๊ตร้องเพลงเนี่ย ไม่ใช่ภาระสำหรับเราเลยนะ
อย่าเข้าใจผิด เราอยากที่จะไป และก็ไปด้วยความสมัครใจนะจ๊ะ
ขอบคุณพี่กอลฟ์ พี่ต้อม และพี่เมย์
ที่มาอยู่ด้วยกัน มาเที่ยวด้วยกัน
แม้เอ้อจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกับพวกพี่ๆแล้ว
แต่พี่ๆก็ยังเป็นพี่ที่แสนดีอยู่
ขอบคุณที่ทนฟังเอ้อร้องเพลงด้วยเสียงเหมือนกระบือออกลูกอย่างนี้ได้ตั้งหลายเพลงนะ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณใครบางคน...
ที่เราไม่อยากเอ่ยชื่อ... แต่เอ้อคิดว่าคุณคงจะรู้ว่าเอ้อหมายถึงใคร...
ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆ ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ยังมีให้กัน
![]() 11月9日 song game... "Tears"1. เปิดโปรแกรมเพลงของคุณขึ้นมา เปิดเป็น random, shuffle
2. ตอบแต่ละคำถาม โดยกดเปลี่ยนเพลงไปเรื่อย
3. คอมเมนต์ตามแต่เห็นชอบ หรือลอกเนื้อเพลงที่เห็นว่าเข้ามาแปะไว้
4. สรุปซิว่า หนังเรื่องชีวิตคุณควรจะชื่ออะไร แล้วใส่ชื่อเอาไว้ใน subject ของบล๊อค
Opening Credits: ปล่อยไปกับน้ำตา - จีน มายด์ มายด์ : เพราะรู้ว่ามันต้องมีหวัง
เมื่อฟ้านั้นเริ่มสดใส จะลุกขึ้นยืนได้ใหม่ ด้วยความเข้มแข็งในใจ เรียกความมั่นใจนั้นให้คืนมา จีน : ฟ้ามีแต่พายุ ฝนมีแต่เหน็บหนาว พื้นดินรอบกาย เปลี่ยวเหงาสักเท่าไร รู้ว่าทุกข์ มันใหญ่ แบกรับไว้ก็คงหนัก ปล่อยวางหยุดและพัก แค่สักครั้งเป็นไร Waking Up: รักเขาให้เท่าฉัน - Big Ass โชคดีเธอนั้น ที่ผ่านมาขอให้ผ่านไป
จงเอาฝันไปฝากกับเขา สักวันเธอคงเข้าใจ ต่อไปจะดีเมื่อไม่มีเรา รักเขาให้เท่ากับฉันก็พอ First Day At School: เจ้าชายของฉัน - Power Pop Girl ... เหวอ เพลงอารมณ์แฮปปี้ๆแบบนี้ มีอยู่ไม่กี่เพลงในอัลบั้มเรา มันยังอุตส่าห์โผล่มาอีกนะ
Falling In Love: คนเดิมที่แตกต่าง - อ๊อฟ ปองศักดิ์ อย่าปล่อยให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ข้างหน้าเธอ...
โดยที่ไม่รู้ว่าเธอเห็นฉัน..แค่เป็นใคร อยากเพียงแค่รู้ว่าเธอรักฉัน หรือเตรียมทำลายหัวใจ ก็เพียงไม่ค่อยแน่ใจว่านี่หรือเธอ Fight Song: Ooh - ปาล์มมี่ ... เพลงไม่ค่อยเข้ากับฉากทะเลาะเท่าไรนะ... นอกจากว่าจะทะเลาะกันเรื่องไม่มีเวลาให้กัน อืมมมม
Breaking Up: ยิ่งกว่าเสียใจ - พันซ์ เสียแรงที่รัก เสียแรงที่ไว้ใจ
ไม่นึกว่าจะทำได้ลงคอ ช่วยตอบสักคำ ทำไมไม่รู้จักพอ ทำไม ใจเธอถมไม่เคยเต็ม เสียแรงที่หวง เสียแรงที่ทุ่มเท ไม่เห็นใจกันบ้างเลยหรืออย่างไร เธอทำอย่างนี้ ฉันจะมองหน้าใครได้ ทำไมใจเธอร้ายเหลือเกิน Debutante ball: สูญญากาศ - แอมมารี่ ... ออกสังคมครั้งแรก?? ไม่ค่อยตรงเท่าไร แต่อย่างว่า เพลงเรามีแต่เพลงอกหักซะส่วนใหญ่ 555
Life's OK: ทางผ่าน - Big Ass สิ่งที่เธอรอคอย สิ่งที่เธอนั้นต้องการ
ต่างจากฉัน มันทำให้รักไม่เข้าใจ โบกมือลา จากฉันไป อยากให้เธอได้เจอหนทางเดินใหม่ อาจเจอใครดั่งใจเธอต้องการ ส่วนตัวฉันจะขอเป็นทางผ่าน ขอเป็นทางผ่าน ให้เธอก้าวเดินผ่านไป Mental Breakdown: หรือแค่ขำๆ - เป๊ก ผลิตโชค ตกลงว่าเธอนั้นรักฉันหรือมันแค่ขำๆ
ให้เป็นคนรักหรือเป็นแค่เพื่อนเธอ ให้เป็นคนคุยไว้แก้เหงา ไว้กอดเมื่อตอนพบเจอ แบบไหน ยอมเป็นให้เธอ บอกทีว่าฉันเป็นใคร บางทีก็ดูว่าเธอเหมือนจริงจัง เราเป็นคนรักกัน บางทีก็ดูว่าเธอไม่จริงจังและหลอกกันเท่านั้น บอกให้รู้ว่าฉันยังกลัว บอกให้รู้ว่าไม่ค่อยมั่นใจ ที่ผ่านมานั้น เธอคิดกันแบบไหน ให้เป็นอะไรในใจเธอ Driving: ฉันไม่รู้ - กอฟ อัครา ... เออ เข้า... แล้วก็ ฉันไม่รู้ว่าไปทางไหน เพราะหลงทางประจำ 555
Flashback: ให้รักคุ้มครอง - Bodyslam อุตส่าห์เดินทางที่อันตราย
ก็มาจนไกลมากันได้ครึ่งทาง อย่าบอกว่าเธอจะปล่อยจะวาง จะจากกันไป ทำไมจึงเดินกลับหลัง จากสิ่งที่ฝันกันมา ที่ทุ่มเทมา ทำไมเธอจะไปจากฝัน จะเหนื่อยจะล้าเพียงใด เหน็บหนาวเท่าไร อย่าลืมเรามีกันและกัน Getting Back Together: งมงาย - Bodyslam ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันจะยังรักเธอ ไม่ว่าเธอกับฉันวันนี้จะอยู่แสนไกล
ก็ยังจะรออย่างมีความหวัง ยังคงไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าใครจะมองว่าฉันงมงาย ฉันก็ยังเหมือนเดิม เมื่อเธอมีทางชีวิตไม่เหมือนฉัน ฉันห้ามไม่ได้ แต่ฉันจะมีชีวิตเพื่อรอเธอ แม้วันสุดท้าย Birth of Child: ไม่มีสิ่งไหน - สตูดิโอโตโม่ ไม่มีสิ่งไหนต้านอยู่หรอกความรัก
แม้ใจปิดแน่นหนา เท่าไรก็หายไป เป็นไปได้ไหมว่าเป็นปาฏิหาริย์ เธอเปิดใจให้ฉัน และมันเกิดขึ้นจริง จริงที่ฉันรักเธอ ใจที่มี ซึ่งเกือบเคยไม่มี ยืนยันเรื่องเดียวตอนนี้ คือยอมพร้อมวางให้เธอ นานเหลือเกิน อยากแค่เพียงพบเจอ พบคำสัญญาจากเธอ ว่าจะไม่ทำร้ายใจ Wedding: ย้ำ - Bodyslam ฉันอยากจะย้ำ อีกสักครั้ง ให้เธอฟังฉัน อีกสักครั้ง
แต่อยากจะย้ำ อยากจะย้ำ จนเธอนั้นมั่นใจ ถึงต่อให้นาน อีกนานสักเท่าไร ก็อยากห้เชื่อใจ ว่าฉันรออยู่ (และฉันจะรอต่อไป อย่างที่ได้เคยบอกไว้ จะรอเธอ) และย้ำ อีกสักครั้ง ให้เธอฟังฉัน อีกสักครั้ง แต่อยากจะย้ำ อยากจะย้ำ จนเธอนั้นมั่นใจ ถึงต่อให้นาน อีกนานสักเท่าไร ก็อยากให้เชื่อใจ ว่าฉันรออยู่ และฉันจะรอต่อไป อย่างที่ได้เคยบอกไว้ และย้ำให้เธอได้มั่นใจ ว่าฉันรักเธอ Final Battle: ป่านนี้ - Bodyslam ... จะว่าเข้าก็ได้ จะว่าไม่เหมาะก็ได้... แต่คงจะเข้าถ้าฉากต่อสู้เป็นฉากที่ไม่ค่อยอยากจะสู้กันเท่าไร มั้ง...
Death Scene: ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่ - Bodyslam ... Bodyslam บุกขอรับ...
ฉันเคยรักคนไหนก็ไม่สำคัญ แต่เธอคือคนสุดท้ายของชีวิตฉัน
ต่อจากวันนี้ไป จะมีเพียงแค่เธอ จะมีแต่เธอในใจฉัน Funeral Song: เปลืองหัวใจ - พั้นซ์ ไปแล้ว ไปลับ เขาไม่กลับย้อนมา
อย่ามัวเสียน้ำตามันไม่ได้อะไร อย่าไปทวงถามความรักจากคนไม่มีหัวใจ คิดถึงเขาทำไม คิดถึงเขาทำไม ลืม ควรจะลืม ควรจะลืมได้แล้ว ต้องลืมซะที ทนทรมานมาจนป่านนี้ไม่พอหรือไง ลืมควรจะลืมควรละลืมก็รู้ก็พอเข้าใจ เพียงแต่ทำไมไม่รู้ทำไมถึงไม่ลืม End Credits: น้ำตาคือคำตอบ - ฟาเรนไฮต์ มันจำเป็นด้วยหรือที่เธอต้องตั้งคำถาม พยายามให้รู้ถึงความห่วงใย หากว่าเธอจากไปแล้วฉันจะเป็นยังไง ไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกผิดมากมาย เธอจะอยู่กับเขา และเธอจะไปจากฉัน มันก็แค่เท่านั้น ฉันต้องเข้าใจ อย่ากังวลว่าใครเขาจะเห็นเธอเป็นผู้ร้าย ฉันจะตายก็ไม่โทษเธอเลย แค่อยากให้เธอดูแลเขาให้ดีๆ อย่าทำร้ายเขาเหมือนฉันครั้งนี้ ให้เขาต้องลำบาก และอย่ามัวเสียเวลากับคนที่เธอไม่ได้รัก (รีบไปจากฉันเสียดีกว่า) คนนึงกำลังช้ำ อีกคนกำลังจะทิ้ง มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่ใช่เหรอ อยากจะพูดตอบคำถาม แต่รู้ว่าทำไม่ไหว เห็นน้ำตาฉันไหม มันคือคำตอบ แค่อยากให้เธอดูแลเขาให้ดีๆ อย่าทำร้ายเขาเหมือนฉันครั้งนี้ ให้เขาต้องลำบาก และอย่ามัวเสียเวลากับคนที่เธอไม่ได้รัก (รีบไปจากฉันเสียดีกว่า) แค่อยากให้เธอดูแลเขาให้ดีๆ อย่าทำร้ายเขาเหมือนฉันครั้งนี้ ให้เขาต้องลำบาก และอย่ามัวเสียเวลากับคนที่เธอไม่ได้รัก (รีบไปจากฉันเสียดีกว่า) แค่กลับหลังเดินไป อย่าชักช้า ยิ่งได้ฟังคำถาม มาชี้ มาย้ำ อย่างงั้น อย่างงี้ มันเจ็บเข้าใจไหม ยิ่งเลวร้ายไปใหญ่ แม้ว่าฉันจะมีน้ำตา..ปล่อยฉัน...ไม่เป็นไร 11月5日 ลองอ่านดู... สำหรับคนที่คิดจะแต่งงาน หรือรักกับใครอยู่ไม่มีความเห็นใดๆทั้งสิ้น... อ่านแล้วคุณก็จะรู้เอง... (ขโมยเค้ามาอีกแล้ว) " เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป " ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว... แต่แล้ว ความสงบสุข ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย.... เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน... หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก... ที่นี่...เป็นอพาร์ทเมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ... ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ...เธอบอกว่า ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... "วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ " ... ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก.... ทุกๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน... เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก... ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน.... แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน.. ผมพยักหน้า.... ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ.. เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ... ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ... มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก.. ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย... ผมย้ำกับเธออีกครั้ง... เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง... คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย... เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา... เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ... ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้.. มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก... ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น... ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน... ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น... แล้วฉีกมันทิ้ง... มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น.... ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน... ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้... เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด... สำหรับผมแล้ว... การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง... หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม... ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก... ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย... ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้ว แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า... และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ... ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน.. เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง... รัชต์..คุณจำได้มั้ย... วันที่เราแต่งงานกัน... คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ.. ผมพยักหน้า.. นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น... ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น... และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง... เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข.... ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.... เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า... ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป... พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้อง ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...... เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา... ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม... ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ... เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย... ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย... แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด... เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้... นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ลูกของเราร้องขึ้นว่า สำหรับลูกแล้ว....การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด..... และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง.... ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก....... เธอบอกกับผมว่า... ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า.. ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่.. ผมลังเลเล็กน้อย.. เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย... มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน.... ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่า เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม.... ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่ 10月30日 ฟ้าเปลี่ยนสีลองอ่านดู... มันต้องมีสักวันที่เป็นของเรา...
เพลง... ฟ้าเปลี่ยนสี (ประกอบละคร เมื่อวันฟ้าเปลี่ยนสี)
ขับร้องโดย... โรส ศิรินทิพย์
อยู่กับรอยน้ำตา
อยู่กับวันที่ฟ้าหม่น ไม่มีสักคนจะเห็นใจ เหนื่อยมานานแสนนาน เหนื่อยกับคืนฝันร้าย ไม่มีอะไรที่สวยงาม มันอาจเป็นเพียง แค่บททดสอบจากเบื้องบน คงมีเหตุผลที่เป็นอย่างนี้ บอกใจอย่าได้ไหวหวั่น สักวันฟ้าจะต้องเปลี่ยนสี ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ ต้องมีวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเรา เจ็บเป็นธรรมดา ปล่อยน้ำตามันไหลไป ห้ามมันไม่ไหวก็ช่างมัน แต่อย่าเพิ่งท้อใจ ปลอบตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าคงไม่นานจะพ้นไป มันอาจเป็นเพียง แค่บททดสอบจากเบื้องบน คงมีเหตุผลที่เป็นอย่างนี้ บอกใจอย่าได้ไหวหวั่น สักวันฟ้าจะต้องเปลี่ยนสี ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ ต้องมีวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเรา ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ ต้องมีวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเรา 10月21日 Food for Thoughtsขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า บล๊อคนี้จะถูกใช้เพื่อโพส เกล็ดความรู้ หรือข้อควรคิด เพื่อให้เพื่อนๆได้ใช้เวลาซักนิดในช่วงวันที่วุ่นวายเพื่อคิดหรือเรียนรู้เรื่องอะไรบางอย่าง...
วันนี้มาทีเดียวสองอย่าง แต่เนื้อเรื่องอยู่ในโซนเดียวกัน ก็ถือโอกาศโพสรอบเดียวเลยละกัน...
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ “คน” เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว .... อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้ เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา ฉันเองก็เป็น “คน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน ...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง... ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
เราอ่านแล้วก็คิดว่า มันจะดีแค่ไหนนะ ถ้ามีคนที่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้อยู่ข้างๆกาย ไม่อยากได้คนที่พยายามจะเปลี่ยนตัวเราให้เหมือนใครๆ ไม่อยากได้คนที่พยายามจะเปลี่ยนตัวเราไปเป็นแบบที่เค้าชอบ ไม่อยากได้คนที่ชอบจะเปรียบเทียบเรากับคนอื่น แล้วแอบหวังเล็กๆว่าอยากให้เราเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนคนอื่นเค้า... คำตอบของเรามักจะเป็นเหมือนเดิม ถ้าอยากได้คนแบบนั้น ก็ไปหาคนๆนั้นซิ เราก็เป็นของเราอย่างนี้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาพยายามเปลี่ยนความเป็นตัวของเราให้เข้ากับคุณเลย
เคยได้ยินคนพูดมาหลายครั้ง... "คนนั้นเค้าทำอย่างนี้" ด้วยน้ำเสียงที่บอกให้เรารู้ว่าเค้าก็หวังให้เราทำอย่างนั้น
แค่เล่าสู้กันฟังยังพอว่า ถ้าเริ่มมาบังคับให้เราทำอย่างนั้นบ้างละก็ เลิกพูดกันเถอะ เธอคุยกับคนผิดคนแล้ว
อยากจะได้เจอคนที่จะพูดว่า "ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง เราก็รักเธอที่เป็นเธอนี่แหละ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครๆหรอก"
การที่ไม่ปรับเปลี่ยนไม่ใช่การไม่เรียนรู้... เราไม่ควรปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนใครๆ เพราะเราไม่ใช่ใครๆเค้า แต่เราเป็นตัวเรา เราควรที่จะเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ในครอบครัว ในกลุ่มเพื่อน หรือกับคนรักให้ได้ต่างหาก หาวิธีที่จะเข้ากันให้ได้ โอนอ่อนต่อกันบ้าง ถ้าจะรักใครก็รักตัวเค้าทั้งส่วนที่เราชอบและไม่ชอบเถอะ... พูดคุยกันอย่างเข้าใจ แล้วเธอกับเค้าจะไปกันได้ถึงฝั่งฝัน
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
365 วันของความรัก
** เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร? ..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง.. ..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู ..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ ..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด ...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม! ่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก.. ..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก ...วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น ..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง ..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ ..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง ..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด ..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!! ..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย...... ** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะรัย ** เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า //// เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง /// /การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป //// การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย //// ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้ //// ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ //// การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ** ** คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก "ความรัก" ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัวแต่ละ! คนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน....** ** ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
คนเราจะต้องใช่เวลานานเท่าไรถึงจะรู้จัก หรือได้เจอความรักที่แท้จริงนะ? ทุกคนมีความรักรออยู่รึเปล่า... แล้วคนที่ไม่มีมันเป็นเพราะอะไร?
เคยได้ยินว่าการเริ่มใหม่เป็นอะไรที่ทั้งปวดร้าวและมีความสุขในขณะเดียวกัน... แต่สำหรับเราก้าวแรกไม่ได้เป็นก้าวที่ยากที่สุด แต่เป็นก้าวสุดท้ายของรักเก่าต่างหาก... ก้าวยังไงก็ไปไม่ถึง รู้สึกว่าขามันหนักๆ ไม่อยากก้าวไป... ใจก็สั่ง สมองก็รับรู้ว่ายังไงก็ต้องก้าวไป เพราะที่ๆยืนอยู่นั้นมันไม่ใช่ที่ของเราอีกแล้ว ที่ของเราอยู่ที่ข้างหน้านั่น... แต่ขาก็ยังไม่ยอมก้าวไป... คนที่ไม่เข้มแข็งพอเหมือนเรา คงต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งมาช่วยให้ก้าวก้าวนี้ได้ใช่มั้ย?
คนข้างหลักที่ผลักหลังออกมาให้... "ไปเถอะ ขอให้โชคดี"
หรือ
คนข้างหน้าที่ยื่นมือมาจับมือเราไว้แล้วดึงเราเข้าไปหา... "มาซิ ยินดีต้อนรับ"
สถานที่สองที่... คนตรงกลางมักลำบากใจเสมอ เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก รึเปล่านะ? เราก็อ่อนภาษาไทยซะด้วย ไม่แน่ใจว่าความหมายมันจะตรงกันรึเปล่า...
เข้มแข็งหน่อยซิ ตัดสินใจแล้วก็ต้องก้าวต่อไปให้ได้ อย่ามัวแต่หันหลังไปมองหรือคิดถึงความคุ้นเคยที่เคยมีเมื่ออยู่ที่เก่านั้น... ก้าวต่อไป อย่าหันหลังกลับมา...
(อยู่ดีๆก็นึกถึงเมืองคนบาปในพระคัมภีร์ขึ้นมา... คนที่ได้รับการยกเว้นได้รับการแจ้งข่าวล่วงหน้าถึงหายนะที่จะมาถึงเมืองนั้น "ไปซะ แล้วอย่าหันหลังกลับมา" เพราะเมื่อเค้าหันหลังกลับไปเค้าก็ได้กลายกลับเป็นก้อนหิน ณ ที่ตรงนั้นเอง...)
หากหันหลังกลับไปตอนนี้ก็คงจะมีผลอย่างเดียวกับเมืองแห่งโซโลมอนนี้ซินะ? 10月19日 ชีวิตที่เปลี่ยนไป?เคยได้ยินเค้าพูดมาหลายครั้งละว่า ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้แล้วก็จะไม่ฟุ้งซ่าน... จริงนะ ขอบอก
เพิ่งทำข้อสอบเสร็จไปหนึ่งตัว เป็นกลางภาค... ก็ยังเหลือปลายภาค กับของอีกวิชานึงเต็มๆซินะ... โอ้ เทอมนี้ยังอีกยาวไกลนัก อาทิตย์นี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเริ่มอ่านข้อมูลที่หามา แล้วเริ่มเรียบเรียงรายงานทั้งสามตัวซักที ไม่งั้นต้องตายแน่ๆ
แล้วรู้จักคนไม่เจียมตัวมั้ย? เราเนี่ยแหละ แค่นี้ก็อู้งานจะตายชัก ยังจะหาเรื่องทำให้ตัวเอง... อู้งานที่ควรทำเข้าไปใหญ่ อยู่ดีๆฟิตบ้าอะไรขึ้นมาถึงลุกขึ้นมานั่งทำ myspace ให้โรสเนี่ย? นั่งฟังเพลงมันมากไปหน่อยรึเปล่าน้อเรา??? เอาเหอะ อย่างน้อยถือว่าช่วยๆกันละกัน มันก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพื่อนร่วมสถาบันเนอะ ถ้าทำให้ป๋า Yoshiki กะ ตาHal ได้ ก็ต้องทำให้เพื่อนได้เดะ ถ้าใครสนใจฟังเพลงของเพื่อนเรา โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (เออ คนที่ร้องเพลง ก้อนหินก้อนนั้น นะแหละ) ก็เข้าไปฟังได้ที่ http://www.myspace.com/rosesirintip นะจ๊ะ รับรองมีแต่เพลงซึ้งๆ
อืม ตามนาฬิกาของเราบอกว่าอีก 26 วันเราก็กลับเมืองไทยแล้ว... กลับไปก็คงยุ่งๆกะหลายๆเรื่อง ไม่นับเรื่องรับปริญญาซึ่งเป็นสาเหตุของการกลับบ้านระยะสั้นในครั้งนี้ วันเกิดคนรู้จัก (รู้สึกว่าจะไปกินข้าวเที่ยงกัน กะดูหนัง... รึเปล่า) นัดเจอกะเพื่อนๆก่อนที่จะยิ่งแยกย้ายไปมากกว่านี้ ไอ้ปุ้ย ทำตัวให้ว่างไว้นะเว้ย อืมมม... อะไรอีกละ จัดบ้านมั้ง บ้านใหม่เสร็จแล้วใกล้ย้ายอย่างเป็นทางการขอรับ บ้านใหม่อยู่ที่พระโขนงนะเพื่อนๆ ใกล้ตัวเมืองเข้ามาหน่อย ห้ามมาว่าเราว่าอยู่บ้านนอกอีกนะ เหอๆๆๆ Open House ค่ะ ใครอยากมาเยี่ยมเยือน นอนกลิ้งก็สามารถมาได้นะ นอกจากนี้ที่ตั้งใจไว้ก็คงเป็นไปดูโรสมันแสดงสดซักทีละมั้ง กะว่าถ้าเดือนหน้ามันยังเล่นที่สิริกิต์จะไปดูที่นี้แหละ ไม่ชอบไปคลับอะ... ใครสนใจติดต่อมา
เริ่มรู้สึกว่าโพสนี้ไร้สาระจริ๊งจริง แต่เอาเถอะ เครียดมาหลายละ เอาแบบฮาๆสบายๆบ้างเนอะ อัพเดทชีวิตเพื่อนคนนี้ (ที่รู้สึกว่าจะหาอะไรมาบ้าได้ตลอด)
อ๋อ แล้วก็ กลับไปแล้วจะรีบโพสแผนที่สถานที่รับปริญญานะ คร่าวๆก็อยู่เลยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต กับ ดรีมเวิร์ด ไปอีกหน่อยอะนะ อยู่ที่คลอง 16 จ้า รู้สึกว่าไปทางถนนวงแหวนรอบนอกจะง่ายสุดนะ จากที่ท่านแม่บอกมา
ขอขอบคุณคนที่จะมาแสดงความยินดีกะเรานะ ดีใจมากๆเลย ยิ่งรู้ว่ามีคนที่จะมาจากระยองเพื่อมางานเราเนี้ย เรายิ่งปลาบปลื้ม ขอบคุณนะ (รู้ตัวใช่มั้ยว่าใคร) แล้วเจอกันเดือนหน้านะ
ปล. ตอนนี้มีคนมาคุยให้หายเหงา ขอบคุณนะ ดีใจที่ได้รู้จักแล้วเจอกันนะค่ะ 10月11日 อ่านกี่รอบกี่รอบ ก็ชอบอะ ขอโพสเพื่อเอาไว้อ่านง่ายๆได้มะนี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง...
เรา/ เฮ้ย เรารับปริญญาเดือนหน้านะ มาด้วยๆๆ
เพื่อน/ วันไหนวะ กี่โมง... หูย ชิดแม่ง ไกลวะ ไปไม่เป็นวะ เฮี้ย รับในกรุงเทพเหมือนคนอื่นเค้าไม่ได้เรอะแก กระแดะไปทำไมตั้งไกล
คนเคยดูกัน/ ไกลอะ
เรา/ เอ่อ รู้ว่าไกล... ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ (ก็แค่งานรับปริญญา... ครั้งนึงในชีวิต)
เพื่อน/ เออ เด๋วโทรถามทางอีกทีละกัน แต่ไปแหละ วันไหนดูเพื่อนๆอีกทีละกัน กลับมาเลี้ยงข้าวเลยเมิง
คนเคยดูกัน/ อืม งั้นไม่ไปนะ
ขอขอบคุณในความห่วงใยให้กัน สาธุ...
ปล. ถ้าเค้ามาอ่านนี้ เราคงซวยน่าดู แต่ไม่เป็นไร ไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะเค้าไม่เข้ามาอ่านหรอก แฮะแฮะ
อาหาร
เพื่อน: ข้าวราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30 - แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
แฟน: แดกห่าอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ข้าว - สปาเกตตี้ เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิสุ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
------------------------------------------------------------------
สถานที่
เพื่อน: สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก
แฟน: โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม...!?
------------------------------------------------------------------
ข้ามถนน
แฟน: ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย (แม่งข้ามไปนานละ)
------------------------------------------------------------------
เวลาเดิน แฟน: แนบชิดประหนึ่งตัวดูดแบบสุญญากาศ
เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!
------------------------------------------------------------------
บนรถเมล์
แฟน: นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
------------------------------------------------------------------ บนรถเมล์(2)
แฟน: 2 คนครับ (ยื่นเงินให้กระเป๋าฯ) เพื่อน: เฮ้ย มึงมีป่าววะ ออกไปก่อนดิ กูมีแบงค์พัน
------------------------------------------------------------------ เงิน
แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
------------------------------------------------------------------ มาสาย
แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
เพื่อน: ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย (เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือนกัน)
------------------------------------------------------------------ ช่วยทำธุระ
แฟน: ว่างเสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ ------------------------------------------------------------------ กลับบ้านดึก
แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียวอันตราย เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะเว้ย
------------------------------------------------------------------
ป่วย แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ (แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ) เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
------------------------------------------------------------------
เวลาอยู่ด้วยกัน
เพื่อน: เยี่ยว ขี้ ขากเสลด ซื้ดขี้มูก ตด - ห่านี่ อุบาทชิบหาย แฟน: แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึงเกงใน เช็คขนจ้ากแร้ - ตามบายๆ ------------------------------------------------------------------ สอนหนังสือ
แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะครับ จะอธิบายให้ใหม่
เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหญ้าแทนข้าวไงวะ
------------------------------------------------------------------ วาเลนไทน์
แฟน: ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัวตน)
------------------------------------------------------------------ โดนทิ้ง แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไป รำคาญ เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่
ขอให้เพื่อนเราทุกคนมีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง... อ่านที่เราโพสแล้วก็อยากให้คิดซักวินาทีนึง ถึงความสำคัญของเพื่อน เมื่อเปรียบกับแฟน
จะพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้แฟนชอบไปถึงไหน ที่เพื่อนยังรักเราที่เป็นเรา จะไม่ชอบเรื่องอะไรของเรายังไงก็ยังเป็นเพื่อนเราอยู่ดี
สุดท้าย ขอบอกว่า... เรารักเพื่อนๆทุกคนนะ กูรักมึงโว้ย~
10月6日 แอบขโมยเค้ามา... (เพิ่มเติม)วันนี้ไปอ่านเจอบนบอร์ด อ่านแล้วก็ถอนหายใจเฮือก... ตรงใจดีจัง เลยแอบขโมยมาโพสเก็บไว้อ่านทีหลัง
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
ฉันเป็นใครในสายตาของเธอ ฉันมีความสำคัญสำหรับเธอแค่ไหนกัน... ...ฉันเคยคิดว่าฉันคงเป็นคนพิเศษสุดของเธอ เพราะด้วยเหตุใคนั้นเหรอ ก็คงเป็นเพราะทุกครั้งที่เธอเหงา ทุกครั้งที่เธอมีเรื่องราวสนุกสนาน เรื่องราวดีๆในชีวิต หรือแม้กระทั่งทุกครั้งที่เธอมีปัญหาฉันจะเป็นคนที่ไ ด้รับรู้เสมอ ...ฉันยินดีและมีความสุขที่สุด ...แต่วันนี้ฉันเองก็ได้รู้แล้วว่า "ฉันคิดผิด" ฉันก็เป็นแค่ใครคนหนึ่งที่มีความสำคัญกับเธอแค่ตอนเธอเหงา สำคัญแค่ตอนที่เธอไม่มีใครเท่านั้น แต่ยังไงก็ยังสำคัญใช่ไหม... ...ในวันนี้เธอมีใครคนนั้น เธอไม่ต้องการฉันอีกแล้ว ฉันไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของเธอ ฉันไม่มีโอกาสที่จะทำให้เธอได้หัวเราะเหมือนวันเก่าๆ อีกแล้ว เพราะเธอมีใครคนนั้น... ...ฉันจึงรู้แล้วว่าฉันคือใคร ที่แท้ฉันก็คือ "คนของความเหงา" เท่านั้นเอง ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+... เค้าจะมีใครคนอื่นไปแล้วรึเปล่า เราก็ไม่รู้ เพราะเหมือนกับว่า เค้าได้หายไปจากชีวิตของเรา... เหมือนกับเราไม่ใช่คนที่มีค่าสำหรับเค้าอีกต่อไป ใช่ซิ เราไม่สามารถไปรับไปส่งเค้าได้อีกแล้ว ไม่สามารถไปลงชื่อเข้าทำงานเวลาเค้ามาสายได้ ไม่สามารถที่จะซื้อของกินที่เค้าชอบไปฝากได้อีกแล้ว ไม่สามารถไปนั่งเป็นเพื่อนเวลาที่เค้าอยากจะไปร้องคาราโอเกะได้อีกแล้ว ไม่สามารถพาเค้าไปซื้อของได้อีกแล้ว ไม่สามารถที่จะไปเป็นเพื่อนเค้าเวลาเค้าอยากไปไหนๆ เพราะไม่อยากกลับบ้านได้อีกแล้ว
ก็เรามันมีค่าได้แค่นั้นเองใช่มั้ย?
เรามันไม่สามารถเป็นคนที่เค้าให้ความสำคัญถึงแม้ว่าระยะทางระหว่างเรามันจะไกลเหลือเกิน ก็รู้อยู่ รู้แต่มันก็ไม่อยากรับรู้ พอมันเกิดขึ้นมาจริงๆก็ถึงได้รู้ตัว ว่าเรามันก็แค่นี้ เป็นได้แค่ "คนของความเหงา" ที่เมื่อไม่อยู่ข้างๆเค้าแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรเลย
ถ้ามันเป็นอย่างนี้ก็อย่ารั้งชั้นไว้เลยนะ (เธอคงจะคิดในใจว่า ใครไปรั้งเธอไว้กัน?) แต่ว่าก็ให้ชั้นไปเถอะนะ เพราะชั้นก็จะไม่รั้งเธอไว้เหมือนกัน เพราะชั้นรู้ว่าแม้จะรักเธอแค่ไหน เธอก็ไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกับชั้น ดังนั้นชั้นจะปล่อยเธอไปจากหัวใจ และไม่พยายามที่จะยึดเกาะกับความรู้สึกที่มีอยู่โดยแอบหวังในใจว่า "ไม่แน่... อาจจะเป็นไปได้" ชั้นจะยอมรับความจริงและไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป...
เธอจะได้ไม่ต้องลำบากมาคอยเลี่ยงๆไม่ติดต่อกับชั้นอีก เธอจะได้ไม่ต้องคอยตอบเลี่ยงๆว่า เธอยังไม่รู้ ขอเวลาเธออีกหน่อย เมื่อชั้นถามเธอว่ารู้สึกกับชั้นยังไง เธอจะได้ไม่ต้องลำบากใจเมื่อชั้นบอกเธอว่าชั้นคิดถึงเธอมากแค่ไหน ว่าชั้นอยากเจอมากแค่ไหน ว่าไม่ว่ายังไงชั้นก็ยังรักเธอ...
เพราะชั้นจะไม่พูดอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะความรู้สึกชั้นเปลี่ยนไป เพราะมันยังคงเหมือนเดิม แต่เป็นเพราะชั้นรู้ว่า เธอไม่ต้องการความรู้สึกดีๆที่ชั้นมีให้เธอ และมันทำให้เธอลำบากใจ
ดังนั้น เพราะว่าไม่อยากให้เธอลำบากใจ ชั้นจะขอเดินจากเธอไป ชั้นจะเก็บความรู้สึกดีๆที่มีให้เธอเอาไว้ในความทรงจำ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ดีๆ และขอบคุณที่สอนให้ชั้นรู้จักความรัก...
ชั้นขอโทษสำหรับทุกๆอย่างที่ชั้นทำให้เธอไม่พอใจ... ขอโทษถ้าชั้นทำลายความเชื่อใจอันน้อยนิดที่เธอมีให้ชั้น... ขอโทษถ้าชั้นมันทำตัวน่ารำคาญเกินไปสำหรับเธอ... ขอโทษที่ชั้นดีไม่พอสำหรับเธอ...
ฉันเสียใจถ้าสิ่งที่ชั้นเป็นไม่ใช่สิ่งที่เธอหวัง... ฉันเสียใจที่สิ่งที่ชั้นทำเธอรับมันไม่ได้... ฉันเสียใจที่คำพูดของชั้นไม่มีค่าในสายตาเธอ... ฉันเสียใจที่ความรู้สึกที่ชั้นมีให้มันน่ารำคาญเกินไป... ฉันเสียใจที่ชั้นเป็นไม่ได้อย่างเขา...
... แต่เธอรู้มั้ยว่า นี่คือสิ่งที่ชั้นเป็น นี่คือทั้งหมดที่ชั้นสามารถมอบให้เธอ... ถ้าเธอไม่อยากรับมัน ชั้นก็ไม่ว่าเธอ... แต่เธอรู้มั้ย สิ่งที่เธอเห็นว่าไม่มีค่าอะไรในสายตาเธอ อาจจะมีค่าในสายตาคนอื่น... ดังนั้นชั้นจะไม่ขอโทษในสิ่งที่ชั้นเป็น เพราะว่าชั้นยังรักตัวเอง และเคารพตัวเอง เกินกว่าที่จะเปลี่ยนตัวเองทั้งหมดเพื่อคนที่ไม่ได้รักชั้น...
แต่สิ่งหนึ่งที่ชั้นอยากจะเปลี่ยนก็คือ ความรู้สึกที่มันไม่ยอมเปลี่ยนนี้ ที่ยังคิดถึงเธออยู่แทบทุกลมหายใจ คิดถึงเธอทุกครั้งเมื่อลืมตาตื่น คิดถึงเธอทุกครั้งเมื่อหลับตานอน... และคิดถึงเธอทุกครั้งที่ชั้นรู้สึกถึงแสงแดดที่อบอุ่น และทุกครั้งที่ชั้นสัมผัสถึงลมอันหนาวเน็บ...
ปล. ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย แล้วชั้นจะไม่พูดอีกเลย...
รักและคิดถึงพี่มากๆ 9月2日 แล้วเรามันก็ตัวคนเดียวเสมอมาอยู่ที่นี้ได้ประมาณครึ่งเดือน ก็เริ่มรู้สึกว่าที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าบ้านเรา ถึงแม้รถของเรามันจะโบราณรุ่นพระเจ้าเหา แต่อย่างน้อยมันก็พาเราไปไหนต่อไหนมานักต่อนัก ถึงแม้มันจะซดน้ำมันยิ่งกว่าคนซดเบียร์ แต่มันก็ยังเป็นรถของเราอยู่ดี คิดถึงมันมากๆ อยากจะมีรถขับจัง
พูดไปพูดมา ก็คืออยากกลับบ้านนั่นแหละ คิดถึงความสะดวกสบาย และความสบายใจที่ว่า ที่นี้คือบ้านเรา เมืองเรา
เวลาอยู่ที่นี้ ยังไงเราก็ไม่ใช่คนของเขา ยังไงก็ไม่สามารถเป็นพวกเดียวกันได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ก็ยังคิดถึงเพื่อนๆด้วย อยากจะได้เพื่อนคุยกันได้ทุกเรื่อง อยากกลับไปคุยกับคนที่เราไม่ต้องอธิบายมาก ก็เข้าใจกัน อยากกลับไปคุยกับเพื่อนที่เราสามารถคุยได้เป็นชมๆโดยที่ไม่ต้องพยายามหาเรื่องมาคุย เพราะบางทีต่างคนก็ต่างทำนู้นทำนี่ไป แต่ถือหูโทรศัพท์ไปด้วย... มันก็รู้สึกสบายใจดี ว่าอย่างน้อยที่ปลายสายก็มีใครสักคน
คิดถึงชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ คิดถึงการต้องตื่นเช้าไปทำงาน... แปลกแต่จริง อยากกลับไปทำงานมากๆ คิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆที่ไปมาจนเบื่อ... ตอนนี้กลับอยากไปอีกใจแทบขาด
เมื่อวานอารมณ์ไม่ดี เจอเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสีย...
มาวันนี้คนๆเดิมทำให้เราเสียใจและน้อยใจ จนทนไม่ได้... สิ่งที่เก็บกดมาตลอดหลายอาทิตย์นี้ก็ทะลักออกมาแบบหยุดไม่ได้ นอนร้องไห้คนเดียวในห้องเงียบๆ ที่ไม่มีใคร โชคดีที่รูมเมตไม่อยู่ ไม่งั้นเค้าคงตกใจ
จะไม่โทษว่าเป็นเพราะใครที่ทำให้เราเป็นอย่างนั้น เพราะมันเกิดจากหลายๆเรื่อง และสาเหตุหลักก็คือเรามันอ่อนแอเอง
แปลกที่ว่า เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้ เมื่อก่อนเราสามารถทนกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างง่ายๆ ทำไมเราถึงอ่อนแอลงได้ขนาดนี้? ไม่เข้าใจจริงๆ... เกลียด และรำคาญตัวเองที่อ่อนแอแบบนี้จริงๆ
โชคดีที่วันนี้เพื่อนว่างและชวนไปดูหนังด้วยกัน ถ้าไม่มีเพื่อนคนนี้เราคงจะบ้าตายและเก็บข้าวเก็บของกลับบ้านไปแล้ว หรือไม่ก็อาจจะไม่มาตั้งแต่แรกแล้ว... คิดๆดูก็ไม่น่ามาเลย อาจจะดีกว่าก็ได้
คนที่กำลังอ่านอยู่คงจะงงว่าทำไมเรากลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ได้... แต่เราไม่เคยเป็นคนเข้มแข็งมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่รู้เหรอ? ไม่รูเหรอว่าทุกๆครั้งที่เรายิ้มออกมา บางทีมันต้องใช้แรงมากขนาดไหน? 11月23日 New York New Yorkกลับมาแล้วค่า
หนีไปเที่ยวรอบนี้มันส์จริงๆ เที่ยวซะแทบไม่ได้นอน 555
ไปดู ฮาล มา 4 รอบจากรอบแสดงทั้งหมด 5 รอบ ประมาณว่าไปทุกวัน เอาให้มากที่สุด รอบที่ขาดไปนั้นเพราะว่าไปกับเพื่อนและเพื่อนอยู่ต่อไม่ได้ ไม่งั้นก็คงได้อยู่ดูต่ออีกแน่ เหอๆ
เจอเพื่อนมากมายที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่คุยกันในเนตมาเป็นปี หรือเพิ่งคุยกันแต่ถูกคอกันเป็นพิเศษ
ที่ประทับใจเป็นพิเศษก็มี Mick, Donna, Lorena, and Jess
น่ารักมากๆ อยู่ด้วยไม่เบื่อเลย โดยเฉพาะสองคนหลังที่มาค้างที่บ้านก่อนเรากลับ อุตส่าห์บิกมา New York จาก Florida & Wisconsin น่ารักจิงๆ
ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเมืองมาเท่าไร เพราะส่วนใหญ่จะหนุกหนานเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือไม่ก็มัวแต่วิ่งเล่นโดยไม่มีโอกาศถ่ายรูป แต่ก็มีรูปเพื่อนๆเราที่ได้เจอเกือบหมด มีไม่กี่คนที่ไม่ได้ถ่ายด้วย เพราะแทบไม่ได้คุยกัน เจอแบบ ทักแล้วก็ลาเลย ประมาณนั้น
สุดท้ายนี้ ก็ขอบอกว่า ฮาล น่ารักจริงๆ รักนะ 7月25日 อะ อะ โพสบ้างก็ได้โดนใครแถวๆนร้เหน็บแนมว่าไม่ยอมโพสในนี้บ้าง และเขาก็ขี้เกียจไปอ่านใน MySpace ด้วยความว่าที่นั้นภาษาอังกฤษล้วย ...แหม ต้องเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นเธอถึงจะเข้าใจใช่มั้ยจ๊ะ Kisa chan?
เอาเหอะ ไหนๆก็ๆไหนๆ
เพิ่งอ่านโพสของบ๊วย... คิดถึงเพื่อนๆจิงๆนะแหละ ที่รักเรา, Tippy, Punch, W, Pae, ฯลฯ อยากเจอเนอะ
ตอนนี้บอร์ดของตัวเอง (และเพื่อนๆ) ที่เปิดใหม่ทำเอาหัวฟูกันไปตามๆกัน อย่างน้อยเราก็ฟูแหละ... แต่แอบดีใจเหมือนกันว่าเสียงตอยรับอยู่ในขั้นที่น่าพอใจ ถ้าทุกคนออกมาแสดงตัวกันหน่อยคงจะครึกครื้นดีพิลึก ย้อนบรรยากาศวันเก่าๆ บอร์ดเรา (ถือโอกาสโฆษณาซะเลย) Screaming Kiai
เดือนหน้าต้องนัดเจอพวกรุ่นพี่ให้ได้เลย ไปเจอตอนงานรับปริญญาพี่ๆเขาแล้วก็คิดถึงเป็นบ้า แอบอิจฉาที่จบกันแล้ว แอบอิจฉาป้าต๋าจะได้ไปญี่ปุ่น ฮือฮือ อยากไปบ้างอะ hide Museum ของช้านนนน อยากไปเหยียบซักครั้ง อยากไประลึกถึงฮิเดะที่นั้นจังเลย ใครช่วยทีซิ
ตอนนี้ก็เดือน 7 แล้วใช่มะ จะจบเดือนแล้วด้วยใช่มะ ก็จะเหลืออีกกี่เดือนเนี่ย ปีนี้ ...5 เดือน ใช่มะ เวลาก็เดินไปเรื่อย แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของใครบางคนคนนั้นที่สัญญากับเราไว้ว่าจะมาหา... เวลามันเดินไปเรื่อยๆ เขาก็เดินไปเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ไปคนละทางกับเรา
ชีวิตนี้ช่างน่าเบื่อจริงๆ ใครว่าโลกจะแตกไง?? เมื่อไหร่เนี่ย... รอจนเบื่อแล้วนะ เซ็ง...
เฮ้อ... 5月20日 HAHAHAง่ำ ง่ำ เราว่าเราคงไม่ค่อยได้โพสในนี้หรอกเนอะ อาจจะแวะเวียนมาเป็นครั้งคราว เหอๆ ยังไงไปที่ http://www.myspace.com/rocepta จะดีกว่านะจ๊ะ มาทำที่นี้เอาไว้บอกนี่แหละ 5555 มาเปลืองพื้นที่ของ msn เล่น 5555
|
|
|