Rocepta 的个人资料~...Just No One...~照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2月27日

รายงานตัวครบหนึ่งเดือนครับ

มาเรียนที่นี้ รอบนี้ ได้ครบหนึ่งเดือนแล้ว... มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ดูซิว่าเราจำมันได้มากแค่ไหน...

ช่วงอาทิตย์แรกที่มาที่นี้ อยู่บ้านเพื่อนแบบทุกข์กายสุขใจ... หิวโซแต่ก็สบายใจ ได้รับความรักมากมายจากเพื่อนที่รัก แค่นี้ก็ดีแล้ว จำได้ว่าวันแรกที่มาถึง ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆของคนที่อยู่ข้างๆแบบที่ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตที่เราบ่นว่าลำบากๆเนี่ย มันขี้ผงจริงๆ

ต่อมาได้รับข่าวช๊อคอีกเรื่อง น้องที่รู้จักกัน เกิดป่วยหนัก ทำให้ตามองไม่เห็น... ช๊อค ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะปลอบใจเค้ายังไง... คนที่ไม่เคยสูญเสียดวงตาไปจะไปปลอบคนที่เค้าเสียมันไปอย่างไรได้?? ก็ได้แต่สัญญาว่ากลับไปรอบนี้จะไปหา... ตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริงๆ

จะว่าไปแล้วก็แปลกนะว่าคนที่เราเคยเจอแค่ไม่นาน เรากลับรู้สึกดีๆด้วยได้นานเป็นปีๆทั้งๆที่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก น้องคนนึงที่เจอตอนไปเที่ยวยุโรปกับครอบครัว เป็นเด็กดีน่ารักมากๆ ชอบ เพิ่งได้คุยกันในเอ็มไม่นานมานี้ ก็สัญญาว่ากลับไปแล้วจะไปฉลองวันเกิดเค้ากัน ไม่ได้เจอกันตั้งกี่ปีแล้วละเนี่ย จะครบสองปีแล้ว กว่าจะได้เจอกันอีกเนี่ยก็เกินสองปีแล้ว แปลกนะที่ยังรู้สึกผูกพันอยู่

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้เจอหน้าเพื่อนเลิฟอีกรอบ เนื่องด้วยว่าไปรับคุณพ่อบ้านเซนต์โย (โป้ง) ไปส่งให้แม่แมว (ปุ้ย) ที่ซานดิเอโก และเกิดเหตุทำให้ได้นอนค้างที่บ้านมัน ก่อนที่จะต้องตื่นตีสี่ครึ่งเพื่อขับรถกลับ... ดีใจที่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะมันต้องอ่านหนังสือ แต่แค่ได้อยู่ใกล้ๆก็มีความสุขแล้ว... เคยได้ยินมั้ย มิตรภาพที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ด้วยเป็นชั่วโมงโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่พอคุณจากกันกลับรู้สึกว่าได้คุยเปิดใจกับเค้าหลายๆเรื่อง คุณมีความสุขที่ได้อยู่กับคนๆนั้น... ชั้นร้ากแกน้า เจ้าปุ้ย

เกิดการเปลี่ยนแปลงกับชีวิตเล็กๆ โดยการเปลี่ยนมือถือที่ใช้อยู่ที่นี้ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าางตั้งแต่สัญญาณไม่ดี โปรฯไม่ดี และไม่พอใช้... อัพจากเดือนละ 450 นาที มาเป็น 900 แต่ก็ยังต้องขมิดเขมียดตอนปลายเดือนอยู่ดี ลงท้ายด้วยการต้องไปเดินซื้อโทรศัพท์มาติดที่ห้องเพื่อเอาไว้ใช้โทรทางไกล... และรับสายจากเพื่อนๆ (แต่โทรออกไม่ได้อะ ต้องมีบัตรโทรศัพท์)

ได้รู้จักเพื่อนใหม่สองคน... คนนึงเป็นแฟนโยชิกิเหมือนกัน มาเรียน ป.โท ที่มหาลัยนี้เหมือนกัน เลยนัดเจอกัน อิจฉาเค้าจังเคยได้เจอโยชิกิแล้วด้วย ฮือๆๆ เราอยากเจอบ้างนี่นา... อีกคนชื่อเดียวกับเพื่อนสุดที่รักของเราอีกคน ชื่อบ๊วย เป็นคนไทยมาทำงานโอแปร์ (งานเลี้ยงเด็กอะ) อยู่ฝั่งตะวันออกนู้น แต่คุยเอ็มกัน... มันเศร้าเราปลอบ เราเศร้ามันปลอบ... ไว้เดือนพฤษภา เค้าอาจจะมาเที่ยวแถวๆนี้ ว่าจะไปนำเที่ยวอยู่

เรื่องเรียนก็ดีนะ ได้เจอพี่ๆคนไทยที่เรียนอยู่โปรแกรมเดียวกันสามสี่คน ก็ดีมีเพื่อนคุยเรื่องเรียน... ปรึกษากันได้บ้าง ค่อยยังชั่วหน่อย ขอบคุณพี่โต้ง (ที่หน้าแสนจะเหมือน แคลอรี่บลาบลาบลา) ที่ขับรถมาส่งที่หอทุกวันๆที่มีเรียน ขอบคุณก้าบ ที่ไม่ปล่อยให้ข้าพเจ้าเดินกลับหอตากลมหนาวตอนสี่ทุ่ม... รอชิมอาหารฝีมือพี่อยู่นะ อิอิ

ว่าแต่ เทอมนี้ตั้งใจจะขยันทำรายงานต่างๆให้เสร็จไวๆ ไม่เหมือนเทอมที่แล้วที่หัวปั่น สามวันก่อนส่งรายงาน ดีใจที่ผ่านเทอมที่แล้วมาได้โดยที่เกรดไม่ห่วยหนัก อย่างน้อยก็ผ่านละว้า...

อืมมม... มีเรื่องอะไรอีกละ... เรื่องหัวใจ...? ขอไม่พูดเพราะสับสนกับตัวเองอยู่... แต่คนที่เราคุยด้วยทางเอ็มหรือทางอื่นๆ จะรู้ว่าเราเป็นยังไง... ขอโทษนะถ้าเราออกจะบ่นงู้นงี้มากมายเป็นเด็กน่ารำคาญ... ขอบคุณที่ยังรับฟังเราเรื่อยไปนะ

เดือนหน้ามีไปดูคอนเสิร์ตรอบนึงหลังวันเกิด... Michael Crawford ซึ่งเราชื่นชอบผลงานเค้ามานานแล้ว ตื่นเต้นๆๆ ถึงแม้ตั๋วมันจะแพงสุดๆ แต่เอาเถอะนะ โอกาสอย่างนี้มีไม่กี่ครั้งหรอก.... แต่ตั๋ว Evanescence เนี่ยแพงเกินไปอะ ตั้ง สามร้อย.... กรี๊ด... ไม่ไหวอะ ถึงจะอยากไปก็เหอะ แต่เห็นทีจะต้องรอโอกาสหน้า

วันเกิดที่จะถึงไม่มีแผนอะไรมากนอกจากไป Metal Skool.... ตามฟอร์ม เฮ้อ... แต่เอาเหอะ อะไรก็ดีกว่าอยู่หอเงียบๆเหงาๆคนเดียวแหละมั้ง

อ๋อๆ ใช่ๆ วางแผนกับรุ่นน้องว่ากลับไปรอบนี้จะไปเที่ยวภูเก็ตกัน เราไม่ได้ลงใต้มานานแล้ว อยากไปๆ คิดถึงๆ กะว่าจะไปหาพี่นกด้วย (เป็นดีเจอยู่ภูเก็ต เป็นแฟนของโรสเหมือนกัน) แล้วก็จะขออนุญาตไปชิมขนมพื้นเมืองที่ได้ฉายาว่าขนมบี้ (เพราะมันบี้ง่าย) ซักหน่อย เห็นว่าอร่อยนักหนา อิอิ ใครอยากไปด้วยกัน รีบรายงานตัวด่วน...

ช่วงต้นเดือนเมษาได้หยุดอาทิตย์นึงเต็มๆ ถ้ารวมเสาร์อาทิตย์ด้วยก็ประมาณสิบวัน... ตอนแรกก็อยากกลับบ้านอยู่ แต่ตั๋วแพง ไม่เอาดีกว่า เลยว่าจะลงไปอยู่กะปุ้ยซักหน่อย... แต่ตอนนี้เด๋วดูอีกที ไม่แน่อาจจะมีเพื่อนคนนึงมาแอลเอช่วงนั้นพอดี... ถ้ามาจริงก็คงลากเจ้าปุ้ยขึ้นมาแทนแล้วไปตระเวณเที่ยวกัน

มีอะไรอีกละ เริ่มนึกไม่ออกแล้ว... อืมมม วันก่อนไปสอบ WPE (Writing Efficiency Exam) มา... ไม่รู้ว่าทำได้ดีรึเปล่า... เหมือนไม่ค่อยดีเท่าไร หัวมันไม่ค่อยแล่น แต่หัวข้อที่ได้นี่ซิ ... ถามว่าเราคิดยังไงกับพวกที่ชอบประท้วงเรื่องต่างๆแบบผิดกฏหมาย... เหอเหอ จะว่าเป็นเรื่องที่เราคุ้นก็คุ้นอยู่ จะว่าเป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นก็พอไหว... แต่คราวนี้ก็ต้องรอผลแหละ... ว่าแต่ทำไมรุ่นพี่เคยบอกว่าเค้าได้หัวขอว่า เห็นด้วยมั้ยกับการที่โรงเรียนให้นักเรียนใส่เครื่องแบบ... ทำไมเลเวลมันต่างกันขนาดนี้หว่า??

วันก่อนไปปรินต์รูปที่ Target มา... ปรินต์ออกมาสองรูป จ่ายตังค์แล้วก็วางรูปไว้ในรถเข็น เดินช๊อปต่อ พอจะกลับ... ลืมรูป... เซ็งเป็ด เลยต้องสั่งปรินต์ใหม่ผ่านเนต ปรากฏว่าได้ 10 รูปฟรี โอ้ว เลือกรูปอย่างเมามันส์ แล้วก็ต้องกุลีกุจอไปเอารูป... ปรากฏว่ามีคนเก็บรูปที่ปรินต์คราวก่อนหน้ามาคืนให้ ดีที่ใส่ใบเสร็จไว้ในซอง... เลยไม่ต้องจ่ายตังค์อีก สรุปวันนั้นได้รูปมา 12 ใบ ไม่เสียซักแดง อิอิ ตอนนี้หัวเตียงเต็มไปด้วยรูปค้าบ

เอ่อ อะไรอีกละ... เดือนนึงที่ผ่านมา... ไม่สบายไปหนึ่งรอบ ไอค่อกแค่กกระด่อกกระแด่ก อยู่สามสี่วัน... นั่งซดชาร้อนเป็นว่าเล่น... เนื่องด้วยว่าไม่อยากกินยา เดือนนึงที่ผ่านมา ร้องไห้หนักๆไปประมาณสองสามรอบ... เดือนนึงที่ผ่านมา ปลอบคนร้องไห้ไปอย่างน้อยสามคน... สองคนผ่านทางโทรศัพท์ คนนึงปลอบกันตัวๆ... เดือนกุมภา ใครว่าเป็นเดือนแห่งความรัก?? bullshit สิ้นดี

... พอดีกว่า เยอะแยะมากมาย ไม่มีคนอ่าน แต่เขียนไว้เป็นไดฯไว้ให้ตัวเองมาย้อนอ่านในอนาคต เหอเหอ...

เหลืออีกสามเดือน ชีวิตจะเป็นเช่นไรน้อ?? วันนี้กิน Fortune Cookie คำทำนายข้างในมันบอกว่า "You'll be rewarded for your effort" อืมมมม... สาธุ ขอให้มันจริง... (ว่าแต่จะเป็น effort เรื่องไหนละเนี่ย??)
2月8日

เหนื่อย

เมื่อกี้เขียนอะไรไปเยอะแยะมากมาย... แล้วมันก็หายไปในพริบตาที่จะโพส
 
คงเป็นลางบอกเหตุว่าเรื่องนี้ไม่ควรเปิดเผย...
 
เอาเป็นว่า... ตอนนี้เหนื่อย... ก็แล้วกัน
1月2日

พล่ามเรื่อยเปื่อย

 
วันปีใหม่หลังจากที่มีการจัดงาน พลุ ส่งท้ายปีกันทั่วกรุงเทพฯแบบงงๆ เราก็ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปเที่ยวสยามซะงั้น... โดนถามว่า ไม่กลัวโดนระเบิดเหรอ... เราก็ตอบว่าไม่กลัว

อาจจะฟังดูแปลก (หรือเปล่า?) แต่เราไม่เคยคิดกลัวตายเลย... คิดตลอดว่า ถ้ามันถึงคราวต้องตายมันก็ต้องตายนะแหละ จะไปหวาดกลัว ผวา หนีมันให้เหนื่อยทำไม? อาจจะดูคิดสั้น และมืดมนไปซักนิดสำหรับต้นปีอย่างนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง เคยอ่านเรื่องที่ในหลวงท่านเคยตรัสไว้ว่าให้คิดถึงความตายวันละสามครั้ง จะได้รู้จักระมัดรัวังตนในสิ่งที่ทำ เราคิดว่าท่านคงหมายถึงเรื่องที่ทำทิ้งไว้ในโลกมากกว่าจะเป็นการวิ่งหนีความตาย นี่มันไม่ใช่ Final Destination นี่นา ที่ความตายจะได้วิ่งตามกันอย่างนั้น

แต่เราก็เข้าใจนะว่าสำหรับบางคน คงจะมีเรื่องที่อยากทำ หรือห่วงที่ยังอยากจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะนอนหลับยาว... แต่พอเรามาคิดดู เราไม่มีสิ่งนั้นเลยนี่นา ชีวิตวันๆนึงมันดูเหมือนไร้จุดมุ่งหมาย เหมือนกับไม่มีความตั้งใจอะไรสำหรับอนาคตไว้เลย... มันก็จริงที่ตอนนี้ตั้งใจที่จะเรียนให้จบกลับมาทำงาน... แต่ถ้าบทจะตายเราก็ไม่ห่วงเรียนหรอก บ้าเรอะ... จะเรียกว่าเราปลงดีมั้ยเนี่ย?

รู้สึกตัวเองหดหู่ยังไงชอบกล อาจเป็นเพราะสิ่งที่เคยความหวังนั้นมันไม่เคยได้มา มันไม่เคยเป็นจริง เลยปลงละมั้ง? ตอนนี้เลิกที่จะคาดหวังอะไร เลิกที่จะคิดอะไรซับซ้อน เลิกที่จะห่วงคนนู้นคนนี้เพราะทำไปแล้วเราก็เป็นฝ่ายโดนเล่นงาน (แรงไปมั้ย) เองทุกที ตอนนี้เลยจะทำในสิ่งที่อยากทำ... รู้ว่าผิด รู้ว่าไม่ควร แต่ก็เอาเถอะ... ชีวิตคนเราสั้นจะตาย อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ

วันก่อนไปโบสถ์มาด้วย หลังจากที่ไม่ได้ไปมานาน รู้สึกจิตใจสงบอย่างประหลาด... รู้สึกดีที่ได้ร้องเพลงในมิซซาอย่างเต็มเสียงโดยไม่สนว่าเสียงที่ออกมามันจะเพราะหรือไม่เพราะแค่ไหน แค่ร้องให้สุดแรงใจมันก็เพียงพอแล้วในที่นั้น... รู้สึกดีมากๆ เหมือนกับได้ไปหลบภัยจากโลกภายนอกอย่างสงบในบ้านของพระเจ้า... ทำให้รู้สึกว่า ณ ที่นั้น เวลานั้น ทุกคนเหมือนกันหมด ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบกัน ไม่มีใครคอยที่จะเล่นงานเรา หรือเตรียมมาทำร้ายจิตใจกัน... มันเป็นบ้านที่สงบสุขจริงๆ
12月6日

555 จ้า ขอโทษที

เมื่อวานไปเที่ยวกับเพื่อนมา... ไม่ทันอ่านทำนายดวงชะตาก่อนไปเลยเป็นเรื่องเลย
 
Pisces
February 19 - March 20
Today's planetary aspects indicate a day of excess for you, dear Pisces - some of it good, some of it not so good. On the not so good side: take care not to overinduge in food and drink. It could be that you are merely acting out your stress with this behavior. You would be better served to meditate and get to the root of the problem. On the good side: money is likely to come your way today, possibly a lot of it!

ไปเที่ยว The Key Club ที่ Sunset มา... กินเหล้าไปซะงั้น ปกติไปก็ไม่กิน ไปเย้วๆเฉยๆ เมื่อวานเกิดไรขึ้นหว่า... สั่งมากินซะแก้วนึง เห็นเค้าผสมแล้วก็สะอึก ใส่เหล้าซะ 3/4 ของแก้ว ตามด้วนน้ำสัปปะรดอีกจิ๊ดนึง... แม่เจ้าชั้นต้องเมาแน่ๆ แล้วก็เมาจิงๆด้วย 555 ไม่น่าเล้ยยยยยย คราวหน้าไม่กินละ... หรือไม่ก็สั่งอย่างอื่น อะหุๆ

เมื่อวาน กดตังค์ ... จะเรียกว่าได้เงินมา หรือเสียเงินไปดีหว่า? ไม่ค่อยจะแน่ใจเท่าไร

ตอนแรกว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน หลังจากที่ได้คุยกะเหมี่ยวเรื่องนี้ บวกกับเรื่องหลายๆอย่างที่ทำให้เรื่องนี้เป็น issue หลักที่ยังคงนั่งตระหนักถึงอยู่ทุกเวลา แต่ว่า... ตอนนี้ยังไม่เขียนดีกว่า ไปทำรายงานก่อนดีกว่า ยังไม่เริ่มเล้ย ต้องส่งศุกร์หน้าแล้ว พอกหางหมูอีกแล้วเรา เหอเหอ

ไปละ... โชคดีทุกคน

11月29日

ขอบคุณเธอมากนะ...

ขออนุญาติอู้งานซักครู่ เพื่อขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่น่ารัก ที่มางานรับปริญญาเรา... ทั้งๆที่สถานที่ก็ทั้งไกล ทั้งกันดาร แต่หลายๆคนก็ใจเต็มร้อย มากัน... เราซึ้งมากๆ
 
ก่อนอื่นเริ่มจากวันแรก วันรายงานตัวที่ประสานมิตร...
 
ขอบคุณ พี่เมย์ ที่อุตส่าห์ออกมาทั้งๆที่เป็นวันหยุด ขอบคุณสำหรับน้องช้างตัวกลมๆ และนาฬิกาที่เอ้อยังหาวิธีให้มันปลุกไม่ได้ 555
ขอบคุณ พี่นุ้ย พี่อรรถ ที่เสียสละช่วงเวลาพักเที่ยงอันมีค่า ออกมาหา
 
วันซ้อมใหญ่ที่องครักษ์...
 
ขอบคุณ เฟย กิกิ บี และผึ้ง ที่ออกมาไกลจากกรุงเทพเพื่อมาร่วมแสดงความยินดี เสียดายที่คุยกันได้แป๊ปเดียว เราก็ต้องรีบไปรายงานตัว
ขอบคุณบี สำหรับน้องกบ
ขอบคุณเฟย สำหรับน้องหมี
 
ขอบคุณ พี่มิ้นต์ และพี่ญาดา ที่อุตส่าห์เดินทางอย่างสมบุกสมบัน นั่งรถตู้กันมา
ขอบคุณพี่ๆทั้งสอง สำหรับปากกาสวยหรู
ถือโอกาสขอบคุณป้าต๋า สำหรับ stationary กิ๊บเก๋จากแดนอาทิตย์อุทัย

ขอบคุณพี่ใหม่ ที่ยังไม่ลืมน้องเทคคนนี้ และขอบคุณสำหรับอัลบั้มรูปน่ารักๆ
 
วันรับพระราชทานปริญญาบัตร...
 
ขอบคุณบ๊วย ที่รัก ที่อุตส่าห์มานอนค้างที่องครักษ์เป็นเพื่อนกัน เราเสียใจที่มีกิ้งกืออยู่ที่อ่างล้างหน้า ทำให้ที่รักขวัญผวาไปยกใหญ่ ขอบคุณที่ช่วยเราถ่ายรูปกันในตอนเช้า ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้สวยหรู ทั้งๆที่มีบ๊วยอยู่ข้างๆเราก็ดีใจมากแล้ว
 
ขอบคุณพี่อ้อ ขอบคุณมากจริงๆที่อุตส่าห์เข้ามาจากระยองเพื่อมาร่วมงาน และมาช่วยจับภาพในช่วงเวลาที่สำคัญให้กับเอ้อ ขอบคุณสำหรับน้องแกะอ้วนกลมโต น่ารักมากๆ ขอบอกว่าสีเดียวกับเตียงเอ้อเลยละ เข้ามากๆ ขอบคุณอีกครั้ง พี่เป็นพี่สาวที่แสนดีที่เอ้อดีใจมากที่ได้รู้จัก
 
ขอบคุณทิปปี้ ที่มาร่วมงาน เสียดายที่เราต้องรีบไปรายงานตัว เลยไม่ค่อยได้คุยหรือถ่ายรูปกันเลย แต่ขอบคุณที่มานะจ๊ะ
 
ขอบคุณพี่วุฒิ ที่หนีงาน (หุหุ) ออกมาแสดงความยินดีกัน ขอบคุณสำหรับดอกไม้สวยเก๋มากๆ ขอโทษที่เอ้อทำให้พี่โดนหัวหน้าแซวนะค่ะ เอ้อรู้สึกว่าที่ได้มาเจอกันอีกเนี่ยมันเป็นอะไรที่บังเอิญมากๆเลย ขอบคุณที่ยังจำกันได้ และยังใจดีกับเอ้อไม่เปลี่ยน
 
 
นอกจากนี้ ก็อยากจะร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนๆทุกคนที่เรียนจบ ขอให้มีอนาคตที่สดใสกันทุกคนเลยนะจ๊ะ ทั้งเพื่อนๆเอกภาษาเพื่ออาชีพ และเพื่อนๆเอกอื่นทุกคน (นา, นิว, ติ, อู๋, เบ้นซ์, บิว, ต้อม, นกแก้ว, อีที, นุท, นานา, เปิ้ล, ฝน (ที่ไม่ได้มางาน) และเพื่อนๆทุกๆคนเลย) ขอแสดงความยินดีกับพี่ต้อมด้วยที่จบป.โทแล้ว ถึงแม้พี่จะไม่ได้มาร่วมงานด้วยกัน แต่ก็ยินดีด้วยนะค่ะ
 
++++++
 
นอกจากนี้ เราก็อยากขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ทำให้ช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่เรากลับไปเป็นเวลาที่ดี
 
ปุ้ย กับ โป้ง... ขอบใจนะ โดยเฉพาะปุ้ย เพื่อนเอ๋ย กี่ปีแล้วเนี่ยที่พวกเราเป็นเพื่อนกัน ขอบคุณที่ยังรับเราได้ ไม่เกลียดกัน ไม่เบื่อหน้ากันไปซะก่อน ขอบคุณที่เข้าใจในตัวเรา และเป็นเพื่อนกับเราทั้งๆที่เราก็เป็นคนเลวๆอย่างนี้
 
ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ออกมากินข้าวด้วยกันที่อากิโยชิ... อิ่มจริงๆเนอะ ไว้ไปกินกันอีกนะ
 
ขอบคุณรุ่นพี่เซนต์โย พี่มิ้นต์ พี่ญาดา และพี่วี ที่ผ่านมาตั้งหลายปี แต่ก็ยังน่ารักกันเหมือนเดิม... ขอบคุณที่ออกมานั่งกินข้าว ฟังเพลงด้วยกัน ขอบคุณพี่ญาดาที่เป็นขาโจ๋ในการ request เพลง นะ
 
ขอบคุณเหมี่ยวเป็นพิเศษ ที่ยังเป็นเพื่อนที่แสนดีกับเราอยู่... สำหรับเรา การที่จะไปกินข้าวกับเพื่อนคนไหนสองต่อสองนั้นก็ยากเหมือนกัน เราดีใจที่ได้ไปกับเหมี่ยวนะ ขอบคุณที่ยืนเคียงค้างกัน ขอบคุณที่เข้าใจและรับตัวเราที่เป็นเราได้
 
ขอบคุณโอ๊ต ที่ให้เวลาแห่งความสุขกับเราและพี่ๆ เสียงของโอ๊ตดีจริงๆนะ เราขอโทษที่ต้อง request เพลงที่ยังไม่ออก แต่เราชอบเพลงนั้นจริงๆนี่นา อิอิ แล้วก็การที่ไปดูโอ๊ตร้องเพลงเนี่ย ไม่ใช่ภาระสำหรับเราเลยนะ อย่าเข้าใจผิด เราอยากที่จะไป และก็ไปด้วยความสมัครใจนะจ๊ะ
 
ขอบคุณพี่กอลฟ์ พี่ต้อม และพี่เมย์ ที่มาอยู่ด้วยกัน มาเที่ยวด้วยกัน แม้เอ้อจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกับพวกพี่ๆแล้ว แต่พี่ๆก็ยังเป็นพี่ที่แสนดีอยู่ ขอบคุณที่ทนฟังเอ้อร้องเพลงด้วยเสียงเหมือนกระบือออกลูกอย่างนี้ได้ตั้งหลายเพลงนะ
 
สุดท้ายนี้ ขอบคุณใครบางคน... ที่เราไม่อยากเอ่ยชื่อ... แต่เอ้อคิดว่าคุณคงจะรู้ว่าเอ้อหมายถึงใคร... ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆ ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ยังมีให้กัน


10月19日

ชีวิตที่เปลี่ยนไป?

 
เคยได้ยินเค้าพูดมาหลายครั้งละว่า ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้แล้วก็จะไม่ฟุ้งซ่าน... จริงนะ ขอบอก
 
เพิ่งทำข้อสอบเสร็จไปหนึ่งตัว เป็นกลางภาค... ก็ยังเหลือปลายภาค กับของอีกวิชานึงเต็มๆซินะ... โอ้ เทอมนี้ยังอีกยาวไกลนัก อาทิตย์นี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเริ่มอ่านข้อมูลที่หามา แล้วเริ่มเรียบเรียงรายงานทั้งสามตัวซักที ไม่งั้นต้องตายแน่ๆ
 
แล้วรู้จักคนไม่เจียมตัวมั้ย? เราเนี่ยแหละ แค่นี้ก็อู้งานจะตายชัก ยังจะหาเรื่องทำให้ตัวเอง... อู้งานที่ควรทำเข้าไปใหญ่ อยู่ดีๆฟิตบ้าอะไรขึ้นมาถึงลุกขึ้นมานั่งทำ myspace ให้โรสเนี่ย? นั่งฟังเพลงมันมากไปหน่อยรึเปล่าน้อเรา??? เอาเหอะ อย่างน้อยถือว่าช่วยๆกันละกัน มันก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพื่อนร่วมสถาบันเนอะ ถ้าทำให้ป๋า Yoshiki กะ ตาHal ได้ ก็ต้องทำให้เพื่อนได้เดะ ถ้าใครสนใจฟังเพลงของเพื่อนเรา โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (เออ คนที่ร้องเพลง ก้อนหินก้อนนั้น นะแหละ) ก็เข้าไปฟังได้ที่ http://www.myspace.com/rosesirintip นะจ๊ะ รับรองมีแต่เพลงซึ้งๆ
 
อืม ตามนาฬิกาของเราบอกว่าอีก 26 วันเราก็กลับเมืองไทยแล้ว... กลับไปก็คงยุ่งๆกะหลายๆเรื่อง ไม่นับเรื่องรับปริญญาซึ่งเป็นสาเหตุของการกลับบ้านระยะสั้นในครั้งนี้ วันเกิดคนรู้จัก (รู้สึกว่าจะไปกินข้าวเที่ยงกัน กะดูหนัง... รึเปล่า) นัดเจอกะเพื่อนๆก่อนที่จะยิ่งแยกย้ายไปมากกว่านี้ ไอ้ปุ้ย ทำตัวให้ว่างไว้นะเว้ย อืมมม... อะไรอีกละ จัดบ้านมั้ง บ้านใหม่เสร็จแล้วใกล้ย้ายอย่างเป็นทางการขอรับ บ้านใหม่อยู่ที่พระโขนงนะเพื่อนๆ ใกล้ตัวเมืองเข้ามาหน่อย ห้ามมาว่าเราว่าอยู่บ้านนอกอีกนะ เหอๆๆๆ Open House ค่ะ ใครอยากมาเยี่ยมเยือน นอนกลิ้งก็สามารถมาได้นะ นอกจากนี้ที่ตั้งใจไว้ก็คงเป็นไปดูโรสมันแสดงสดซักทีละมั้ง กะว่าถ้าเดือนหน้ามันยังเล่นที่สิริกิต์จะไปดูที่นี้แหละ ไม่ชอบไปคลับอะ... ใครสนใจติดต่อมา
 
เริ่มรู้สึกว่าโพสนี้ไร้สาระจริ๊งจริง แต่เอาเถอะ เครียดมาหลายละ เอาแบบฮาๆสบายๆบ้างเนอะ อัพเดทชีวิตเพื่อนคนนี้ (ที่รู้สึกว่าจะหาอะไรมาบ้าได้ตลอด)
 
อ๋อ แล้วก็ กลับไปแล้วจะรีบโพสแผนที่สถานที่รับปริญญานะ คร่าวๆก็อยู่เลยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต กับ ดรีมเวิร์ด ไปอีกหน่อยอะนะ อยู่ที่คลอง 16 จ้า รู้สึกว่าไปทางถนนวงแหวนรอบนอกจะง่ายสุดนะ จากที่ท่านแม่บอกมา
 
ขอขอบคุณคนที่จะมาแสดงความยินดีกะเรานะ ดีใจมากๆเลย ยิ่งรู้ว่ามีคนที่จะมาจากระยองเพื่อมางานเราเนี้ย เรายิ่งปลาบปลื้ม ขอบคุณนะ (รู้ตัวใช่มั้ยว่าใคร) แล้วเจอกันเดือนหน้านะ
 
ปล. ตอนนี้มีคนมาคุยให้หายเหงา ขอบคุณนะ ดีใจที่ได้รู้จักแล้วเจอกันนะค่ะ
9月2日

แล้วเรามันก็ตัวคนเดียวเสมอ

มาอยู่ที่นี้ได้ประมาณครึ่งเดือน ก็เริ่มรู้สึกว่าที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าบ้านเรา ถึงแม้รถของเรามันจะโบราณรุ่นพระเจ้าเหา แต่อย่างน้อยมันก็พาเราไปไหนต่อไหนมานักต่อนัก ถึงแม้มันจะซดน้ำมันยิ่งกว่าคนซดเบียร์ แต่มันก็ยังเป็นรถของเราอยู่ดี คิดถึงมันมากๆ อยากจะมีรถขับจัง
 
พูดไปพูดมา ก็คืออยากกลับบ้านนั่นแหละ คิดถึงความสะดวกสบาย และความสบายใจที่ว่า ที่นี้คือบ้านเรา เมืองเรา
 
เวลาอยู่ที่นี้ ยังไงเราก็ไม่ใช่คนของเขา ยังไงก็ไม่สามารถเป็นพวกเดียวกันได้อย่างเต็มที่
 
นอกจากนี้ก็ยังคิดถึงเพื่อนๆด้วย อยากจะได้เพื่อนคุยกันได้ทุกเรื่อง อยากกลับไปคุยกับคนที่เราไม่ต้องอธิบายมาก ก็เข้าใจกัน อยากกลับไปคุยกับเพื่อนที่เราสามารถคุยได้เป็นชมๆโดยที่ไม่ต้องพยายามหาเรื่องมาคุย เพราะบางทีต่างคนก็ต่างทำนู้นทำนี่ไป แต่ถือหูโทรศัพท์ไปด้วย... มันก็รู้สึกสบายใจดี ว่าอย่างน้อยที่ปลายสายก็มีใครสักคน
 
คิดถึงชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ คิดถึงการต้องตื่นเช้าไปทำงาน... แปลกแต่จริง อยากกลับไปทำงานมากๆ คิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆที่ไปมาจนเบื่อ... ตอนนี้กลับอยากไปอีกใจแทบขาด
 
เมื่อวานอารมณ์ไม่ดี เจอเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสีย...
 
มาวันนี้คนๆเดิมทำให้เราเสียใจและน้อยใจ จนทนไม่ได้... สิ่งที่เก็บกดมาตลอดหลายอาทิตย์นี้ก็ทะลักออกมาแบบหยุดไม่ได้ นอนร้องไห้คนเดียวในห้องเงียบๆ ที่ไม่มีใคร โชคดีที่รูมเมตไม่อยู่ ไม่งั้นเค้าคงตกใจ
 
จะไม่โทษว่าเป็นเพราะใครที่ทำให้เราเป็นอย่างนั้น เพราะมันเกิดจากหลายๆเรื่อง และสาเหตุหลักก็คือเรามันอ่อนแอเอง
 
แปลกที่ว่า เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้ เมื่อก่อนเราสามารถทนกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างง่ายๆ ทำไมเราถึงอ่อนแอลงได้ขนาดนี้? ไม่เข้าใจจริงๆ... เกลียด และรำคาญตัวเองที่อ่อนแอแบบนี้จริงๆ
 
โชคดีที่วันนี้เพื่อนว่างและชวนไปดูหนังด้วยกัน ถ้าไม่มีเพื่อนคนนี้เราคงจะบ้าตายและเก็บข้าวเก็บของกลับบ้านไปแล้ว หรือไม่ก็อาจจะไม่มาตั้งแต่แรกแล้ว... คิดๆดูก็ไม่น่ามาเลย อาจจะดีกว่าก็ได้
 
คนที่กำลังอ่านอยู่คงจะงงว่าทำไมเรากลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ได้... แต่เราไม่เคยเป็นคนเข้มแข็งมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่รู้เหรอ? ไม่รูเหรอว่าทุกๆครั้งที่เรายิ้มออกมา บางทีมันต้องใช้แรงมากขนาดไหน?