Rocepta 的个人资料~...Just No One...~照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
4月21日 [tag] อยากได้อะไรในชีวิตคู่?วันนี้ระหว่างที่ออกไปกินข้าวตามปกติทุกอาทิตย์กับ Lorena & Michelle... ก็ตามฟอร์มว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เราก้าวขึ้นรถของ L คุณเธอก็จะเริ่มพล่ามแบบ non-stop ทันที... ซึ่งก็ชินแล้วละ... คุณเธอจะเริ่มเล่าเรื่องซักอย่าง แล้วก็หัวเราะหรือบ่น ไปเรื่อยๆ พอจบเรื่องก็จะมีพักหายใจเล็กน้อย แล้วก็จะต่อว่า "อ๋อ ใช่ๆๆ" แล้วก็เริ่มเรื่องที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก... ไปเรื่อยๆ จนเรานับไม่หมดว่ากี่เรื่อง... จะมีบอกเป็นบางเวลาว่า ถ้าเค้าพูดมากไปก็บอกให้หยุดได้นะ... ใครมันจะไปพูดได้ละเนี่ย?? เหมือนกับไปฟังนักร้องร้องเพลง แล้วพอเค้าถามว่าเพราะมั้ย... ใครจะตอบว่าไม่เพราะ? แต่ อันนี้เราก็นอกเรื่องไป หนึ่งในร้อยล้านเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟังวันนี้คือเรื่องวิชา Marriage & Parenting ที่เค้าเรียนอยู่ โดยที่อาจารย์สั่งให้เขียนสิ่งที่เค้าต้องการในชีวิตคู่ออกมา เค้าบอกว่ามันเป็นอะไรที่ยากสุดๆเพราะเค้ายังไม่คิดเรื่องลงหลักปักฐานกับใคร... ก็แหม เธอเค้ายังหาคนๆนั้นไม่เจอนี่นา คนอื่นเข้ามาก็เซย์โนไปหมด... คนที่คิดว่าใช่ก็มีเจ้าของแล้ว คุณเธอเลยเซ็งเครียดบ่นถึงเป็นประจำ... เราก็นะ... เอาเป็นว่า พอเค้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลย คิดขึ้นมาบ้างว่า อ้าว แล้วเราละ ต้องการอะไรในชีวิตคู่... คงไม่ต้องคิดไปถึงการแต่งงานที่ดูจะห่างไกล และริบหรี่แบบว่าไม่ต้องไปคิดถึงมันเถอะ... เอาแค่ชีวิตคู่กับใครซักคนก็พอ... คุณต้องการอะไรบ้าง? อยากให้มันเป็นยังไง? อยากให้เค้าเป็นคนแบบไหน? อยากให้เค้าทำอะไรยังไง? 1. เรื่องสเป๊คเนี่ยไม่ต้องไปพูดถึงมันละกันนะ เพราะส่วนใหญ่คนในสเป๊คกับคนในชีวิตจริงดูมันจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร... คนที่เจอคนที่สามารถบอกได้ว่า "คนเนี้ยแหละ สเป๊คเลย" มันเป็นแค่ภายนอกรึเปล่านะ? เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราไม่ค่อยมีสเป๊คอะไรที่เป็นข้อเป็นกฏ แต่ก็จะมีบางอย่างที่เรามักจะดูในคนที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิต... อย่างแรกคือ อายุมากกว่า... ไม่ชอบเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนนะ... ขอเป็นคนที่อายุมากกว่าเถอะนะ ที่สำคัญอายุทางสติปัญญานะ ขอเถอะขอเถอะ... ช่วยมากขึ้นตามอายุที... ขอร้องละ ไหว้เลย มีหลายๆคนที่มักจะบอกว่าตัวเองนิสัยเด็ก... นิสัยนะไม่เท่าไรนะเราว่า บางทีมันก็น่ารักดี (ถ้าไม่มากเกินไป จนเกินสังขาร อายุสามสิบกว่ามาใส่กระโปรงบานขาสั้นผูกแกะเล่นตุ๊กตาก็ไม่ไหวเหมือนกัน) แต่ความคิดความอ่านนะเป็นเรื่องสำคัญนะ... ว่ามองเรื่องต่างๆที่เจอ ที่เข้ามาในชีวิตยังไง มีเหตุผลมากน้อยแค่ไหน รู้จักย้อนกลับมามองตัวเองพิจารณาตัวเองบ้างมั้ย? เราทำอะไร เราอยากให้เค้าทำอะไรให้เรา... มันต้องเสมอภาคกันบ้างนะ โลกนี้มันไม่เสมอภาคเพียงพอแล้ว แต่กับชีวิตคู่เนี่ย... เสมอกันหน่อยเถอะ 2. มาพูดเรื่องจริงๆจังกันเถอะ ข้อเมื่อกี้เหมือนเป็นเกริ่นนำนะ... เราอยากให้ชีวิตคู่เป็นไปด้วยความเชื่อใจกัน... ไม่อยากให้เอาข้อผูกมัดมาผูกติดกันไว้ มันอึดอัดนะเราว่า... เราอยากให้ชีวิตคู่เป็นอะไรที่เราสามารถ หายใจ ได้อย่างสบายๆ ประมาณว่า ถึงจะไม่รู้ว่าเค้าอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แต่เราก็รู้ว่าเค้าไม่ได้นอกใจเราไปไหนหรอก วันไหนที่เงียบหายไปก็ไม่กังวลว่าเค้าจะแอบหนีไปไหน แต่จะเป็นห่วงว่า งานท่าทางจะยุ่งมากเลย จะได้พักบ้างรึเปล่า จะได้กินข้าวรึยัง หรือเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ หลายๆคู่ที่ผูกติดกันมากจนเกินไป จนทำให้อีกฝ่ายนึงเริ่มอึดอัดและอยากจะหนีออกไปสู่ที่กว้างๆก็เลิกกันมานักต่อนัก หรือทะเลาะกันวันเว้นวันหรือเช้าเย็นหลังอาหาร... แบบนี้มันจะมีความสุขเหรอ? แล้วก็เรื่องที่แอบเชคอีเมลล์แฟน (แอบคุยกับใคร ส่งรูปไปให้ใครดูบ้าง)... เชคมือถือแฟน (แอบแมสเซสหาใคร)... เชคบล๊อคแฟน (ใครมาแอบหลีแอบจีบไว้บ้าง)... เชคตู้เสื้อผ้า (เสื้อตัวไหน กางเกงตัวไหน หายไปบ้าง ไปแอบทิ้งไว้บ้านไหน)... เชคMSNแฟน (แอบแอดใครไว้บ้าง)... เฮ้อ ถามจริงเถอะ เชคแล้วมีความสุขเหรอ? พอเจอเรื่องอะไรสะกิดใจนิดนึง ก็เอามาเป็นเรื่องใหญ่โตเดือดร้อนกันไปทั่วเนี่ย... มันไม่ไหวนะ ถ้าความสัมพันธ์มันไม่สามารถตั้งอยู่บนความเชื่อใจได้เนี่ย เราก็ว่ามันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีเท่าไรนะ... 3. อยากให้คนที่เข้ามาร่วมใ้่ช้ชีวิิตด้วยกัน เป็นคนที่เข้าใจและรับเราได้ทุกเรื่อง... ไม่ใช่ การทน กันนะ อันนั้นมันไม่เหมือนกัน อยากให้คนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเราเป็นคนที่รู้ เห็น เข้าใจ ว่าตัวเรานั้นเป็นยังไง และก็รับได้และเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องทนฝืนที่จะมองข้ามข้อบกพร่องเหล่านั้นไป ก็ถามจริงๆ ว่ามีใครสมบูรณ์หมดมั้ย... ลองชี้มาซักคน... ชี้มาเสร็จแล้ว ลองไปใช้ชีวิตกับคนๆนั้นซักสองสามวัน แค่นั้นแหละ จะเริ่มมีข้อนู้นข้อนี้ที่ขอ แอบบ่น หน่อยเถอะ... เพื่อนเราเคยพูดว่า การจะรู้ถึงนิสัยใจคอใครซักคนให้ลองเดินทางไปไหนซักแห่งกับคนนั้นดู จะรู้ได้ไม่ยาก ทั้งนิสัยใจคอ ความคิด การตัดสินใจ ฯลฯ และมันก็จริงๆ คราวนั้นเดินทางร่วมกัน เล่นเอาเห็นข้อเสียของแฟนไปหลายข้อจนตัดสินใจเลิกกันไปเลยคู่นั้น... เอาเป็นว่า เราอยากให้คนที่มาใช้ชีวิตร่วมกันเนี่ย เป็นคนที่รักเราที่เป็นเราอย่างนี้ ทั้งด้านดีด้านไม่ดี ด้านสว่างด้านมืด ด้านพูดมากด้านเงียบ ด้านเด็กด้านผู้ใหญ่ ด้านขาวด้านดำ ด้านนูนด้านเรียบ (555) แล้วกันนะ 4. เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เป็นส่วนต่อเติมความชุ่มชื้นของหัวใจเนี่ยมันก็น่าที่จะพูดถึง อาจจะเป็นอะไรที่ดูจะเจาะจงไปนิด หรืออาจจะมีคนอ่านแล้วบ่นว่า "อุแหวะ" ก็เอาน่า ขอนิดนึงเถอะ... สำหรับเราเราเป็นคนขาดความอบอุ่น 555 ดังนั้นเราก็ชอบที่จะได้ความอบอุ่นจากคนรักนะ... จะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น จับมือ กอด ลูบหัว หรือจะอะไรมากไปกว่านั้นเนี่ย ตามแต่จินตนาการของคุณแล้วกันนะ... แต่ว่าเรื่องพวกนี้เนี่ยสำหรับเราจะขาดไม่ได้เลย... ใครมาเป็นแฟนเราอาจจะงงๆนิดนึงว่านั่งดูทีวี หรือนั่งกินข้้าวกันอยู่ดีๆ เราอาจจะเอื้อมมือไปจับมือ หรือเดินเข้าไปกอด... แล้วก็เดินไปเฉยๆอย่างนั้น... มันเป็นอะไรที่อธิบายยากนะ... เป็นเหมือน เราอยากจะรู้ว่าคุณอยู่ตรงนี้ และเราก็อยากให้คุณรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้เหมือนกัน... อย่างนึงที่เป็นตัวอย่างได้ก็คือ... ถ้าเกิดเราอยู่กันในกลุ่มใหญ่ เพื่อนหลายๆคน แล้วเรารู้ว่าเนี่ยเป็นกลุ่มเพื่อนของเรานะ... เค้าอาจจะไม่สบายใจ อาจจะรู้สึกว่า นอกกลุ่ม เราก็จะทำทุกทางให้เค้ารู้ว่าถึงเราจะเม้าท์แตกกับเพื่อนยังไงเราก็ไม่ลืมว่าเค้าอยู่ตรงนี้นะ... ไม่ว่าจะเป็นการเอาเค้าร่วมกลุ่มสนทนาด้วย หรือจะเป็นการเอื้อมไปจับมือเค้าไว้ บีบแขนบ้างบีบขาบ้าง หันไปสบตาบ้าง ยิ้มให้บ้าง คุยกับเค้าบ้าง อะไรประมาณนี้... สรุปก็คือ อยากให้เป็นความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆคุณนี้แหละ 5. อืม ข้อห้า... อะไรดีละเนี่ย... เค้ากำหนดมาห้าข้ออะ... นึกก่อนนะ...เอาเป็นว่า เราอยากให้เค้าเป็นคนที่เราสามารถคุยสามารถเล่าทุกเรื่องให้ฟังได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะเอาสิ่งนั้นมาตัดสินตัวเรา... อยากให้เค้าเป็นเพื่อนคู่คิด (มิตรคู่บ้าน) กับเราได้ในเวลาที่เราต้องการ... และในขณะเดียวกัน เราก็อยากให้เค้าเป็นคนที่เราสามารถที่จะไม่คุยอะไรด้วยเลยแต่ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข... เราอยากให้เราผูกพันกันจนถึงขนาดที่ว่า แม้ว่าเราไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นเสียงเป็นคำพูด แต่เราก็เข้าใจกัน รับรู้ความรู้สึกกันได้ และรู้สึกสบายใจที่จะได้อยู่ด้วยกันแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรด้วยกันก็ตาม แค่มีเค้าอยู่ใกล้ๆก็พอแล้ว อะไรประมาณนี้จบ ใครอ่านแล้วอ้วก กรุณาเก็บกวาดเอากลับบ้านของคุณให้เรียบร้อยอย่ามาทิ้งเกลื่อนกลาดแถวนี้นะ บ้านนี้มีเราคนเดียวไม่มีดาร์ลิ้งช่วยดูแล 555 ก็แหม ดูเอา ข้อบังคับกฏระเบียบออกจะละเอียดซะขนาดนี้ จะมีแมวหมากาไก่ปลาทองแพะแกะที่ไหนหลุดมาได้ละเนี่ย??? และแล้ว ก็ได้เวลาระรานชาวบ้านกันเล็กน้อย 555 เอาน่าขำๆ ไม่ต้องยาวๆอย่างนี้ก็ได้ เอาสั้นๆก็ได้ เช่น ช่วยทำงานบ้าน หรือ พาไปเที่ยวบ่อยๆ อะไรว่าไป นะ... เอาเป็นว่า ใครเข้ามาอ่าน ก็ถือว่า โดน เลยก็แล้วกัน ดีมั้ย? ง่ายดี อิอิ 12月9日 เพื่อน นั้น คือใคร? (อู้งานอีกแล้วขอรับท่าน) ถ้าเกิดเรามานั่งเรียบเรียงเขียนความว่าเพื่อนที่เราเคยเจอนั้นมีกี่แบบกี่ประเภทนั้น คงจะยาวและไม่รู้จบเพราะจะว่าไป เราก็เจอเพื่อนใหม่ๆเกือบทุกวัน แต่อยากจะพูดถึงเพื่อนบางแบบที่เราเคยเจอ... ไม่ลงชื่อ เพราะไม่อยากจะพาดพิงถึงใคร คนที่เค้าอ่านแล้วสะอึก ก็คงจะรู้ตััวเองว่านี่เป็นเค้ารึเปล่า 1) เพื่อนที่อยู่ด้วยกันจนบางทีก็ลืมกันไป... เพื่อนที่เป็นเพื่อนกันมานานแสนนาน นานจนจำแทบไม่ได้ว่าเราเจอกันยังไง ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง นานๆทีถึงจะหันมาหากัน ถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้าง นัดไปเที่ยวกันบ้างตามประสา เจอกันก็ยังเหมือนว่าเราไม่เคยได้จากกันไปไหน ยังสนิทกันเหมือนเดิม เป็นเพื่อนที่ไม่สนว่าเราจะเป็นยังไง เห็นว่าเราก็เป็นเราไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ายังไงก็เห็นเราเป็นเพื่อน และในเวลาที่เราต้องการใครซักคน เค้าก็พร้อมที่จะเข้ามายืนในที่ตรงนั้น 2) เพื่อนที่ผ่านอะไรมามากมายกว่าจะได้มาเป็นเพื่อนกัน... อันนี้อาจจะเป็นส่วนน้อย ไม่คิดว่าทุกคนจะมีเพื่อนแบบนี้ แต่เป็นเพื่อนที่ตอนแรกไม่คิดจะเป็นเพื่อนกัน ไม่ถูกกัน หรือไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่ก่อนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดกตาม แต่พอบางอย่างทำให้เรามารู้จักกัน ก็ทำให้เรารู้ว่า คนๆนี้แหละที่เราจะสามารถเรียกได้ว่าเพื่อนรัก... และหลังจากนั้นเราก็ยังเป็นเพื่อนรักกันตลอดมา 3) เพื่อนที่ความสัมพันธ์มันไม่ใช่เพื่อนซะทีเดียว... เป็นเหมือนพี่เป็นเหมือนน้อง เป็นเหมือนผู้ปกครอง จะว่าไปเราคิดว่าเรามีเพื่อนในแบบนี้เยอะที่สุดแล้วละ เพราะถ้าคนที่รู้ว่าเราคบใครบ้างเนี่ยจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะอายุมากกว่าเราทั้งนั้น บางคนอายุประมาณคราวพ่อคราวแม่เราเลย แต่คนที่อายุใกล้เคียงกันก็มี เพื่อนแบบนี้คอยดูแลเอาใจใส่กัน เป็นเหมือนญาติพี่น้อง ไม่สนใจในเรื่องส่วนตัวกันซักเท่าไร แต่มีความปรารถนาดีให้แก่กันตลอด 4) เพื่อนที่ใกล้กันแล้วไม่สนิท ไกลกันแล้วค่อยสนิท... เวลาอยู่ใกล้ๆกันกลับไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน แต่พออยู่ไกลกันกลับได้พูดคุยกันแทบทุกวัน เออ มันก็แปลกดี 5) เพื่อนที่ผ่านอะไรต่ออะไรกันมามาก ปัญหาต่างๆ สนามรบสมรภูมิ มากมายก่ายกอง... เพื่อนแบบนี้มีความผูกพันกันลึกๆแม้ไม่แสดงออก แม้บางเวลาจะห่างกันออกไป เมื่อได้เวียนวนกลับมาพบกันอีก ความรักความห่วงใยความสนิทสนมนั้นก็ไม่ได้น้อยลงไปกว่าเดิมเลย ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่พอถึงจุดๆหนึ่งเราก็จากกันอีก... ก็ได้แต่รอให้ถึงเวลาที่เราจะวนกลับมาพบกันใหม่ 6) เพื่อนที่เข้ามาขีดเส้น หรือวาดรูปอะไรซักอย่างในชีวิตคุณแล้วก็จากไป... เพื่อนแบบนี้อธิบายยากว่าเป็นยังไง แต่เป็นเพื่อนที่มาเปลี่ยนชีวิตคุณโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดเรื่องต่างๆตามมาหรือเปลี่ยนชีวิตคุณไปในทางไหนทางหนึ่ง แล้วเพื่อนคนนี้ก็จากไป... ปล่อยให้เราดูแลและจัดการกับชีวิตที่อยู่ดีๆก็ยุ่งวุ่นวายขึ้นมาเอง 7) เพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท ไม่ค่อยได้พูดจากัน แต่เมื่อถึงเวลาก็แสดงความห่วงใยกันออกมาอย่างจริงใจ ไม่ว่าเราจะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก แต่ในเวลาที่เราเวียนวนกลับมาเจอกัน เราก็มีแต่ความรู้สึกดีๆให้กัน ต่างคนต่างไม่คุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ไม่สนใจว่าลับหลังแล้วเค้าจะเป็นยังไง ทำอะไร อยู่กับใคร แต่เวลานี้ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน แค่นั้นก็พอแล้ว ... ชอบเลข 7 ดังนั้นจะหยุดอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน ยังไงเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน มีความคิดเห็นยังไง มีเพื่อนแบบไหนลองมาแบ่งปันกันดูมั้ย? 11月5日 ลองอ่านดู... สำหรับคนที่คิดจะแต่งงาน หรือรักกับใครอยู่ไม่มีความเห็นใดๆทั้งสิ้น... อ่านแล้วคุณก็จะรู้เอง... (ขโมยเค้ามาอีกแล้ว) " เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป " ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว... แต่แล้ว ความสงบสุข ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย.... เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน... หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก... ที่นี่...เป็นอพาร์ทเมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ... ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ...เธอบอกว่า ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... "วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ " ... ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก.... ทุกๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน... เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก... ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน.... แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน.. ผมพยักหน้า.... ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ.. เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ... ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ... มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก.. ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย... ผมย้ำกับเธออีกครั้ง... เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง... คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย... เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา... เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ... ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้.. มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก... ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น... ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน... ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น... แล้วฉีกมันทิ้ง... มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น.... ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน... ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้... เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด... สำหรับผมแล้ว... การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง... หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม... ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก... ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย... ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้ว แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า... และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ... ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน.. เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง... รัชต์..คุณจำได้มั้ย... วันที่เราแต่งงานกัน... คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ.. ผมพยักหน้า.. นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น... ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น... และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง... เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข.... ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.... เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า... ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป... พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้อง ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...... เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา... ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม... ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ... เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย... ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ อีกมากมาย... แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด... เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้... นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ลูกของเราร้องขึ้นว่า สำหรับลูกแล้ว....การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด..... และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง.... ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก....... เธอบอกกับผมว่า... ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า.. ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่.. ผมลังเลเล็กน้อย.. เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย... มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน.... ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่า เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม.... ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่ 10月21日 Food for Thoughtsขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า บล๊อคนี้จะถูกใช้เพื่อโพส เกล็ดความรู้ หรือข้อควรคิด เพื่อให้เพื่อนๆได้ใช้เวลาซักนิดในช่วงวันที่วุ่นวายเพื่อคิดหรือเรียนรู้เรื่องอะไรบางอย่าง...
วันนี้มาทีเดียวสองอย่าง แต่เนื้อเรื่องอยู่ในโซนเดียวกัน ก็ถือโอกาศโพสรอบเดียวเลยละกัน...
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ “คน” เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว .... อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้ เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา ฉันเองก็เป็น “คน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน ...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง... ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
เราอ่านแล้วก็คิดว่า มันจะดีแค่ไหนนะ ถ้ามีคนที่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้อยู่ข้างๆกาย ไม่อยากได้คนที่พยายามจะเปลี่ยนตัวเราให้เหมือนใครๆ ไม่อยากได้คนที่พยายามจะเปลี่ยนตัวเราไปเป็นแบบที่เค้าชอบ ไม่อยากได้คนที่ชอบจะเปรียบเทียบเรากับคนอื่น แล้วแอบหวังเล็กๆว่าอยากให้เราเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนคนอื่นเค้า... คำตอบของเรามักจะเป็นเหมือนเดิม ถ้าอยากได้คนแบบนั้น ก็ไปหาคนๆนั้นซิ เราก็เป็นของเราอย่างนี้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาพยายามเปลี่ยนความเป็นตัวของเราให้เข้ากับคุณเลย
เคยได้ยินคนพูดมาหลายครั้ง... "คนนั้นเค้าทำอย่างนี้" ด้วยน้ำเสียงที่บอกให้เรารู้ว่าเค้าก็หวังให้เราทำอย่างนั้น
แค่เล่าสู้กันฟังยังพอว่า ถ้าเริ่มมาบังคับให้เราทำอย่างนั้นบ้างละก็ เลิกพูดกันเถอะ เธอคุยกับคนผิดคนแล้ว
อยากจะได้เจอคนที่จะพูดว่า "ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง เราก็รักเธอที่เป็นเธอนี่แหละ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครๆหรอก"
การที่ไม่ปรับเปลี่ยนไม่ใช่การไม่เรียนรู้... เราไม่ควรปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนใครๆ เพราะเราไม่ใช่ใครๆเค้า แต่เราเป็นตัวเรา เราควรที่จะเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ในครอบครัว ในกลุ่มเพื่อน หรือกับคนรักให้ได้ต่างหาก หาวิธีที่จะเข้ากันให้ได้ โอนอ่อนต่อกันบ้าง ถ้าจะรักใครก็รักตัวเค้าทั้งส่วนที่เราชอบและไม่ชอบเถอะ... พูดคุยกันอย่างเข้าใจ แล้วเธอกับเค้าจะไปกันได้ถึงฝั่งฝัน
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
365 วันของความรัก
** เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร? ..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง.. ..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู ..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ ..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด ...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม! ่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก.. ..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก ...วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น ..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง ..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ ..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง ..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด ..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!! ..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย...... ** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะรัย ** เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า //// เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง /// /การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป //// การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย //// ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้ //// ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ //// การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ** ** คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก "ความรัก" ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัวแต่ละ! คนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน....** ** ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
คนเราจะต้องใช่เวลานานเท่าไรถึงจะรู้จัก หรือได้เจอความรักที่แท้จริงนะ? ทุกคนมีความรักรออยู่รึเปล่า... แล้วคนที่ไม่มีมันเป็นเพราะอะไร?
เคยได้ยินว่าการเริ่มใหม่เป็นอะไรที่ทั้งปวดร้าวและมีความสุขในขณะเดียวกัน... แต่สำหรับเราก้าวแรกไม่ได้เป็นก้าวที่ยากที่สุด แต่เป็นก้าวสุดท้ายของรักเก่าต่างหาก... ก้าวยังไงก็ไปไม่ถึง รู้สึกว่าขามันหนักๆ ไม่อยากก้าวไป... ใจก็สั่ง สมองก็รับรู้ว่ายังไงก็ต้องก้าวไป เพราะที่ๆยืนอยู่นั้นมันไม่ใช่ที่ของเราอีกแล้ว ที่ของเราอยู่ที่ข้างหน้านั่น... แต่ขาก็ยังไม่ยอมก้าวไป... คนที่ไม่เข้มแข็งพอเหมือนเรา คงต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งมาช่วยให้ก้าวก้าวนี้ได้ใช่มั้ย?
คนข้างหลักที่ผลักหลังออกมาให้... "ไปเถอะ ขอให้โชคดี"
หรือ
คนข้างหน้าที่ยื่นมือมาจับมือเราไว้แล้วดึงเราเข้าไปหา... "มาซิ ยินดีต้อนรับ"
สถานที่สองที่... คนตรงกลางมักลำบากใจเสมอ เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก รึเปล่านะ? เราก็อ่อนภาษาไทยซะด้วย ไม่แน่ใจว่าความหมายมันจะตรงกันรึเปล่า...
เข้มแข็งหน่อยซิ ตัดสินใจแล้วก็ต้องก้าวต่อไปให้ได้ อย่ามัวแต่หันหลังไปมองหรือคิดถึงความคุ้นเคยที่เคยมีเมื่ออยู่ที่เก่านั้น... ก้าวต่อไป อย่าหันหลังกลับมา...
(อยู่ดีๆก็นึกถึงเมืองคนบาปในพระคัมภีร์ขึ้นมา... คนที่ได้รับการยกเว้นได้รับการแจ้งข่าวล่วงหน้าถึงหายนะที่จะมาถึงเมืองนั้น "ไปซะ แล้วอย่าหันหลังกลับมา" เพราะเมื่อเค้าหันหลังกลับไปเค้าก็ได้กลายกลับเป็นก้อนหิน ณ ที่ตรงนั้นเอง...)
หากหันหลังกลับไปตอนนี้ก็คงจะมีผลอย่างเดียวกับเมืองแห่งโซโลมอนนี้ซินะ? 10月11日 อ่านกี่รอบกี่รอบ ก็ชอบอะ ขอโพสเพื่อเอาไว้อ่านง่ายๆได้มะนี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง...
เรา/ เฮ้ย เรารับปริญญาเดือนหน้านะ มาด้วยๆๆ
เพื่อน/ วันไหนวะ กี่โมง... หูย ชิดแม่ง ไกลวะ ไปไม่เป็นวะ เฮี้ย รับในกรุงเทพเหมือนคนอื่นเค้าไม่ได้เรอะแก กระแดะไปทำไมตั้งไกล
คนเคยดูกัน/ ไกลอะ
เรา/ เอ่อ รู้ว่าไกล... ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ (ก็แค่งานรับปริญญา... ครั้งนึงในชีวิต)
เพื่อน/ เออ เด๋วโทรถามทางอีกทีละกัน แต่ไปแหละ วันไหนดูเพื่อนๆอีกทีละกัน กลับมาเลี้ยงข้าวเลยเมิง
คนเคยดูกัน/ อืม งั้นไม่ไปนะ
ขอขอบคุณในความห่วงใยให้กัน สาธุ...
ปล. ถ้าเค้ามาอ่านนี้ เราคงซวยน่าดู แต่ไม่เป็นไร ไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะเค้าไม่เข้ามาอ่านหรอก แฮะแฮะ
อาหาร
เพื่อน: ข้าวราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30 - แดกไรแพงๆวะ เปลืองชิบ
แฟน: แดกห่าอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ข้าว - สปาเกตตี้ เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิสุ สั่ง กันไป… มื้อละร้อยขึ้น
------------------------------------------------------------------
สถานที่
เพื่อน: สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก
แฟน: โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม...!?
------------------------------------------------------------------
ข้ามถนน
แฟน: ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้
เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย (แม่งข้ามไปนานละ)
------------------------------------------------------------------
เวลาเดิน แฟน: แนบชิดประหนึ่งตัวดูดแบบสุญญากาศ
เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!
------------------------------------------------------------------
บนรถเมล์
แฟน: นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
------------------------------------------------------------------ บนรถเมล์(2)
แฟน: 2 คนครับ (ยื่นเงินให้กระเป๋าฯ) เพื่อน: เฮ้ย มึงมีป่าววะ ออกไปก่อนดิ กูมีแบงค์พัน
------------------------------------------------------------------ เงิน
แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
------------------------------------------------------------------ มาสาย
แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
เพื่อน: ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย (เพิ่งจะมาก่อนแม่ง ได้ 5 นาทีเหมือนกัน)
------------------------------------------------------------------ ช่วยทำธุระ
แฟน: ว่างเสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ .. เออ...ที่จริงก็ได้นะ แต่พอดีแม่กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก คงไม่ว่างแล้วละ ------------------------------------------------------------------ กลับบ้านดึก
แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียวอันตราย เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มีให้ยืมนะเว้ย
------------------------------------------------------------------
ป่วย แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ (แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ) เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน
------------------------------------------------------------------
เวลาอยู่ด้วยกัน
เพื่อน: เยี่ยว ขี้ ขากเสลด ซื้ดขี้มูก ตด - ห่านี่ อุบาทชิบหาย แฟน: แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึงเกงใน เช็คขนจ้ากแร้ - ตามบายๆ ------------------------------------------------------------------ สอนหนังสือ
แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะครับ จะอธิบายให้ใหม่
เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหญ้าแทนข้าวไงวะ
------------------------------------------------------------------ วาเลนไทน์
แฟน: ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัวตน)
------------------------------------------------------------------ โดนทิ้ง แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไป รำคาญ เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่
ขอให้เพื่อนเราทุกคนมีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง... อ่านที่เราโพสแล้วก็อยากให้คิดซักวินาทีนึง ถึงความสำคัญของเพื่อน เมื่อเปรียบกับแฟน
จะพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้แฟนชอบไปถึงไหน ที่เพื่อนยังรักเราที่เป็นเรา จะไม่ชอบเรื่องอะไรของเรายังไงก็ยังเป็นเพื่อนเราอยู่ดี
สุดท้าย ขอบอกว่า... เรารักเพื่อนๆทุกคนนะ กูรักมึงโว้ย~
10月6日 แอบขโมยเค้ามา... (เพิ่มเติม)วันนี้ไปอ่านเจอบนบอร์ด อ่านแล้วก็ถอนหายใจเฮือก... ตรงใจดีจัง เลยแอบขโมยมาโพสเก็บไว้อ่านทีหลัง
...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...
ฉันเป็นใครในสายตาของเธอ ฉันมีความสำคัญสำหรับเธอแค่ไหนกัน... ...ฉันเคยคิดว่าฉันคงเป็นคนพิเศษสุดของเธอ เพราะด้วยเหตุใคนั้นเหรอ ก็คงเป็นเพราะทุกครั้งที่เธอเหงา ทุกครั้งที่เธอมีเรื่องราวสนุกสนาน เรื่องราวดีๆในชีวิต หรือแม้กระทั่งทุกครั้งที่เธอมีปัญหาฉันจะเป็นคนที่ไ ด้รับรู้เสมอ ...ฉันยินดีและมีความสุขที่สุด ...แต่วันนี้ฉันเองก็ได้รู้แล้วว่า "ฉันคิดผิด" ฉันก็เป็นแค่ใครคนหนึ่งที่มีความสำคัญกับเธอแค่ตอนเธอเหงา สำคัญแค่ตอนที่เธอไม่มีใครเท่านั้น แต่ยังไงก็ยังสำคัญใช่ไหม... ...ในวันนี้เธอมีใครคนนั้น เธอไม่ต้องการฉันอีกแล้ว ฉันไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของเธอ ฉันไม่มีโอกาสที่จะทำให้เธอได้หัวเราะเหมือนวันเก่าๆ อีกแล้ว เพราะเธอมีใครคนนั้น... ...ฉันจึงรู้แล้วว่าฉันคือใคร ที่แท้ฉันก็คือ "คนของความเหงา" เท่านั้นเอง ...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+...+-*-+... เค้าจะมีใครคนอื่นไปแล้วรึเปล่า เราก็ไม่รู้ เพราะเหมือนกับว่า เค้าได้หายไปจากชีวิตของเรา... เหมือนกับเราไม่ใช่คนที่มีค่าสำหรับเค้าอีกต่อไป ใช่ซิ เราไม่สามารถไปรับไปส่งเค้าได้อีกแล้ว ไม่สามารถไปลงชื่อเข้าทำงานเวลาเค้ามาสายได้ ไม่สามารถที่จะซื้อของกินที่เค้าชอบไปฝากได้อีกแล้ว ไม่สามารถไปนั่งเป็นเพื่อนเวลาที่เค้าอยากจะไปร้องคาราโอเกะได้อีกแล้ว ไม่สามารถพาเค้าไปซื้อของได้อีกแล้ว ไม่สามารถที่จะไปเป็นเพื่อนเค้าเวลาเค้าอยากไปไหนๆ เพราะไม่อยากกลับบ้านได้อีกแล้ว
ก็เรามันมีค่าได้แค่นั้นเองใช่มั้ย?
เรามันไม่สามารถเป็นคนที่เค้าให้ความสำคัญถึงแม้ว่าระยะทางระหว่างเรามันจะไกลเหลือเกิน ก็รู้อยู่ รู้แต่มันก็ไม่อยากรับรู้ พอมันเกิดขึ้นมาจริงๆก็ถึงได้รู้ตัว ว่าเรามันก็แค่นี้ เป็นได้แค่ "คนของความเหงา" ที่เมื่อไม่อยู่ข้างๆเค้าแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรเลย
ถ้ามันเป็นอย่างนี้ก็อย่ารั้งชั้นไว้เลยนะ (เธอคงจะคิดในใจว่า ใครไปรั้งเธอไว้กัน?) แต่ว่าก็ให้ชั้นไปเถอะนะ เพราะชั้นก็จะไม่รั้งเธอไว้เหมือนกัน เพราะชั้นรู้ว่าแม้จะรักเธอแค่ไหน เธอก็ไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกับชั้น ดังนั้นชั้นจะปล่อยเธอไปจากหัวใจ และไม่พยายามที่จะยึดเกาะกับความรู้สึกที่มีอยู่โดยแอบหวังในใจว่า "ไม่แน่... อาจจะเป็นไปได้" ชั้นจะยอมรับความจริงและไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป...
เธอจะได้ไม่ต้องลำบากมาคอยเลี่ยงๆไม่ติดต่อกับชั้นอีก เธอจะได้ไม่ต้องคอยตอบเลี่ยงๆว่า เธอยังไม่รู้ ขอเวลาเธออีกหน่อย เมื่อชั้นถามเธอว่ารู้สึกกับชั้นยังไง เธอจะได้ไม่ต้องลำบากใจเมื่อชั้นบอกเธอว่าชั้นคิดถึงเธอมากแค่ไหน ว่าชั้นอยากเจอมากแค่ไหน ว่าไม่ว่ายังไงชั้นก็ยังรักเธอ...
เพราะชั้นจะไม่พูดอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะความรู้สึกชั้นเปลี่ยนไป เพราะมันยังคงเหมือนเดิม แต่เป็นเพราะชั้นรู้ว่า เธอไม่ต้องการความรู้สึกดีๆที่ชั้นมีให้เธอ และมันทำให้เธอลำบากใจ
ดังนั้น เพราะว่าไม่อยากให้เธอลำบากใจ ชั้นจะขอเดินจากเธอไป ชั้นจะเก็บความรู้สึกดีๆที่มีให้เธอเอาไว้ในความทรงจำ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ดีๆ และขอบคุณที่สอนให้ชั้นรู้จักความรัก...
ชั้นขอโทษสำหรับทุกๆอย่างที่ชั้นทำให้เธอไม่พอใจ... ขอโทษถ้าชั้นทำลายความเชื่อใจอันน้อยนิดที่เธอมีให้ชั้น... ขอโทษถ้าชั้นมันทำตัวน่ารำคาญเกินไปสำหรับเธอ... ขอโทษที่ชั้นดีไม่พอสำหรับเธอ...
ฉันเสียใจถ้าสิ่งที่ชั้นเป็นไม่ใช่สิ่งที่เธอหวัง... ฉันเสียใจที่สิ่งที่ชั้นทำเธอรับมันไม่ได้... ฉันเสียใจที่คำพูดของชั้นไม่มีค่าในสายตาเธอ... ฉันเสียใจที่ความรู้สึกที่ชั้นมีให้มันน่ารำคาญเกินไป... ฉันเสียใจที่ชั้นเป็นไม่ได้อย่างเขา...
... แต่เธอรู้มั้ยว่า นี่คือสิ่งที่ชั้นเป็น นี่คือทั้งหมดที่ชั้นสามารถมอบให้เธอ... ถ้าเธอไม่อยากรับมัน ชั้นก็ไม่ว่าเธอ... แต่เธอรู้มั้ย สิ่งที่เธอเห็นว่าไม่มีค่าอะไรในสายตาเธอ อาจจะมีค่าในสายตาคนอื่น... ดังนั้นชั้นจะไม่ขอโทษในสิ่งที่ชั้นเป็น เพราะว่าชั้นยังรักตัวเอง และเคารพตัวเอง เกินกว่าที่จะเปลี่ยนตัวเองทั้งหมดเพื่อคนที่ไม่ได้รักชั้น...
แต่สิ่งหนึ่งที่ชั้นอยากจะเปลี่ยนก็คือ ความรู้สึกที่มันไม่ยอมเปลี่ยนนี้ ที่ยังคิดถึงเธออยู่แทบทุกลมหายใจ คิดถึงเธอทุกครั้งเมื่อลืมตาตื่น คิดถึงเธอทุกครั้งเมื่อหลับตานอน... และคิดถึงเธอทุกครั้งที่ชั้นรู้สึกถึงแสงแดดที่อบอุ่น และทุกครั้งที่ชั้นสัมผัสถึงลมอันหนาวเน็บ...
ปล. ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย แล้วชั้นจะไม่พูดอีกเลย...
รักและคิดถึงพี่มากๆ |
|
|